ปคบ.จับ! หมอเถื่อน ฉีดโบท็อกซ์ลูกค้าตาบอด ตำรวจไม่ปล่อยคดีผ่านใช้เวลา 6 ปีตามจับจนได้

หมอเถื่อน — (28 ก.พ.64) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.ศารุติ แขวงโสภา, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง, พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4.บก.ปคบ., พ.ต.ท.สุพจน์ พุ่มแหยม, พ.ต.ท.จตุรงค์ ผลเกิด รอง ผกก.4.ปคบ. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.นิธิ ตรีสุวรรณ สว.กก.4.บก.ปคบ., พ.ต.ต.สุรสีห์ คงทัพ สว.(สอบสวน) กก.4 บก.ปคบ.

​นายธนพิพัฒน์ หรือ หมอดั้ม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ข้อหากระทำผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา, ร่วมกันขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามหมายจับศาลอาญาที่ 2530/2558 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2558

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก นายธนพิพัฒน์ฯ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหา ทำงานอยู่ในคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านดินแดง กทม. โดยผู้ต้องหาแอบอ้างว่าเป็นแพทย์ เรียกตัวเองว่า “หมอดั้ม” ทำหน้าที่รักษาและฉีดฟิลเลอร์, โบท็อกซ์ ให้กับลูกค้าทั่วไป

ต่อมาได้มีผู้เสียหาย จำนวน 2 ราย เดินทางไปรักษาที่คลินิกดังกล่าว รายแรกเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2557 นายธนพิพัฒน์ ได้ทำการฉีดโบท็อกซ์ให้กับผู้เสียหายที่บริเวณร่องแก้ม และฉีดโบท๊อกซ์ที่บริเวณหน้าผากและบริเวณกราม หลังจากฉีดเสร็จผู้เสียหายรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วใบหน้า วันต่อมาพบว่าบริเวณจมูกมีอาการอักเสบและมีหนองไหลออกมา

ส่วนผู้เสียหายรายที่ 2 เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2557 นายธนพิพัฒน์ ทำการฉีดโบท๊อกซ์ให้ผู้เสียหายที่บริเวณแก้ม 1 ยูนิต และฉีดฟิลเลอร์ที่จมูก 2 ซีซี หลังจากนั้นผู้เสียหายรู้สึกปวดที่สันจมูกระหว่างดวงตาทั้งสองข้าง โดยดวงตาขวามีน้ำตาไหลออกมา และรู้สึกว่าดวงตาข้างขวามองไม่เห็น จากนั้นรู้สึกแน่นหน้าอกและช่องท้องจึงได้อาเจียนออกมา ญาติที่มาด้วยเห็นท่าไม่ดีจึงพาผู้เสียหายส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงคลินิกดังกล่าว

ต่อมาทราบว่าดวงตาข้างขวาได้บอดสนิทไปแล้ว ผู้เสียหายทั้ง 2 ราย จึงไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ประกอบกับได้รับการประสานงานจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวด้วย จึงได้ร่วมกันนำหมายค้นศาลแขวงพระนครเหนือ ที่ ค.26/2557 ลงวันที่ 30 พ.ค. 2557

ทำการตรวจค้นคลินิกดังกล่าว เมื่อไปถึงพบว่าคลินิกดังกล่าวปิดล็อคกุญแจไว้ ผลการตรวจค้นไม่พบผู้ใดอยู่ในคลินิก แต่พบยาแผนปัจจุบันที่มีทะเบียนตำรับยาและไม่มีทะเบียนตำรับยา จำนวน 17 รายการ และพบเอกสาร, อุปกรณ์ที่ใช้ในสถานพยาบาล จำนวน 33 รายการ จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง จากนั้นได้ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล จากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ปรากฏว่าไม่พบการอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาลดังกล่าว และตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่ปรากฏชื่อของ นายธนพิพัฒน์ (ผู้ต้องหา) ในทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทยสภา แต่อย่างใด พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนผู้ต้องหานายธนพิพัฒน์ฯ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีมาทำงานและพักอาศัยอยู่ที่บริเวณบ้านไม่มีเลขที่ ซอยหนองใหญ่ 14 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จึงทำการจับกุมและนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ผู้รับผิดชอบสำนวนการสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งจากการซักถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา