ตร.ประชาชื่น ยื่นฝากขังแอมมี่ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นซ์ ตามความผิด ม.112 เบื้องต้นศาลไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากเกรงหลบหนี

พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้ยื่นคำร้องฝากขังนายไชยอมร แก้ววิบูลพันธุ์อายุ 33 ปี หรือแอมมี่ เดอะ บอททอมบลูส์ แนวร่วมกลุ่มราษฎร ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบันฯ

โดยพนักงานสอบสวนระบุพฤติการณ์สรุปว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 เวลาประมาณ 03.20 น. ตำรวจ สน.ประชาชื่น รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ที่เกิดเหตุโดยพบเพลิงไหม้ บริเวณพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อตรวจสอบบริเวณดังกล่าวพบมีแกลลอนโลหะ ภายในมีของเหลวคล้ายน้ำมันบรรจุอยู่และพบไฟแช็คตกอยู่ในที่เกิดเหตุ

เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ในบริเวณดังกล่าวพบว่าคนร้ายได้ใช้รถยนต์ ฮอนด้าซีอาร์วี สีขาวหมายเลขทะเบียนฎจ 1852 กรุงเทพมหานคร ขับมาจอดบริเวณริมถนนหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ก่อนจะมีคนร้ายเป็นชาย 2คนและหญิง 1 คนลงมาจากรถยนต์คันดังกล่าว โดยชายทั้งสองคนได้ปีนขึ้นไปหลังพระบรมฉายาลักษณ์และได้ใช้ของเหลวลักษณะคล้ายน้ำมันราดลงไปที่บริเวณดังกล่าวหลังจากนั้นได้จุดไฟที่บริเวณพระบรมฉายาลักษณ์จนเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้ขึ้นหลังจากนั้นชายคนร้ายทั้ง 2 คนได้ลงมายืนทำท่าในลักษณะเหมือนชู 3 นิ้วซึ่งหนึ่งในคนร้ายซึ่งเป็นชายนั้นมีลักษณะการแต่งกายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นแล้วทราบว่า คือนายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ผู้ต้องหาในคดีนี้ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยมีการถ่ายรูปบริเวณหน้าป้ายเรือนจำกลางคลองเปรมที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ถูกเพลิงลุกไหม้อยู่

จากการตรวจสอบเส้นทางที่รถยนต์คันดังกล่าวใช้เดินทางกลับภายหลังจากที่ก่อเหตุแล้วก็พบว่าได้ขับรถกลับไปที่บ้านพักของผู้ต้องหาเอง

จากนั้นตำรวจได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปตามเส้นทางถ.รังสิต-นครนายก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3มี.ค.2564 เวลาประมาณ 00.40 น. ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอยู่ที่บริเวณห้องเช่าไม่ทราบเลขที่ (ห้องเช่า A2) ม.3 ต. คลองสวนพลู จ.พระนครศรีอยุธยา ตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบและพบนายไชยอมร ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน“ ร่วมกันหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา “

โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า หากผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูงหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีในภายหลังประกอบกับผู้ต้องหามีพฤติการณ์ในการเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองซึ่งอาจจะนำไปสู่ความวุ่นวายในบ้านเมือง

ต่อมา 17.00 น. ศาลอาญาได้มีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายไชยอมร ผู้ต้องหา ภายหลังจากที่มารดาได้เดินทางมายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 90,000บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวระหว่างการฝากขังนี้

โดย ศาลอาญาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า พนักงานสอบสวนยืนยันว่า ผู้ต้องหาหลบหนีจนถูกเจ้าพนักงานติดตามไปจับกุมได้ที่พระนครศรีอยุธยา ดังนั้นหากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้อง