หนีคดี 11 ปี​สุดท้ายถูกตำรวจกองปราบฯ จับสึก หลังก่อคดีกระทำอนาจารสามเณร

ตำรวจ กก.2 บก.ป. ร่วมกับ ตำรวจ กก.ดส. จับกุม พระภิกษุรูปหนึ่ง อายุ 64 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว​ ในข้อกล่าวหา “กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม”

โดยสามารถจับกุมบริเวณหมู่ที่ 5 ต.ขัวก่าย อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร สืบเนื่องมาจากเมื่อประมาณปี 2553 สามเณรรูปหนึ่ง (ผู้เสียหาย) บวชเป็นสามเณรประจำที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ โดยมีผู้ต้องหาเป็นเจ้าอาวาส

ซึ่งกลางดึกคืนหนึ่งเรียกผู้เสียหายเข้าไปพบที่กุฏิ แล้วสั่งให้บีบนวดขาให้ แต่กลับทำมิดีมิร้ายผู้เสียหาย โดยสั่งห้ามไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกผู้ใด

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้เสียหายทราบว่ามีสามเณรหลายรูป เคยถูกกระทำลักษณะเดียวกัน จึงนำเรื่องบอกมารดา จากนั้นจึงแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ภูเขียว เพื่อดำเนิคดีตามกฎหมาย

หลังจากที่ผู้ต้องหาทราบเรื่องว่าถูกดำเนินคดี ก็หลบหนีออกจากวัดไปบวชตามวัดใน สปป.ลาว​ โดยจะเปลี่ยนวัดไปเรื่อยๆเพื่อหลบหนีการจับกุม

กระทั่ง 11 ปีผ่านไป​ โดยเมื่อวานนี้(11 มี.ค.) ตำรวจสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาอยู่ที่ จ.สกลนคร ยังคงบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงจับกุม​ โดยเบื้องต้นจากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ.