รวบ “ไอ้โอ๋” ผู้ต้องหาขืนใจยายผู้พิการอายุ 79 ปีในสำนักปฏิบัติธรรม ตำรวจเก็บดีเอ็นเอเทียบเคียงคดีฆ่าข่มขืนหญิงชราต่อเนื่องในพื้นที่ บช.ภ.7

ตำรวจชุดสืบสวนจับกุมตัวนายโอ๋ ขณะนั่งอยู่ในกระท่อมนาของชาวบ้าน ภายในไร่อ้อย ห่างจากสวนปฏิบัติธรรมประมาณ 2 กม. พร้อมรถจักรยานยนต์ที่ลักขโมยไปหลังหลบหนีออกจาก สภ.หนองเรือ

พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 กล่าวว่า หลังถูกจับกุมและนำตัวมาสอบสวน นายโอ๋ ให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการขืนใจยายวัย 79 ปี ที่นอนในกระท่อมภายในสำนักปฏิบัติธรรมจริง ซึ่งก่อนเกิดเหตุดื่มสุราและเสพยาบ้า 2 เม็ด ทำให้มีอารมณ์ จึงก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

ในขณะเดียวกันผู้ต้องหายังให้การอีกว่า การหลบหนีครั้งนี้ อาศัยช่วงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเผลอ จึงเร่งรีบเดินและวิ่งหนีไปขณะที่ยังสวมใส่กุญแจมือ จากนั้นได้ขโมยเอารถจักรยานยนต์ของชาวบ้านที่เสียบกุญแจ จอดไว้ริมถนน ขับขี่หนีไปหาเพื่อนที่ไร่อ้อย อยู่กับเพื่อนจนค่ำ ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ ตระเวนไปตามที่ต่างๆในพื้นที่ แต่หลังจากทราบข่าวการตามจับกุมจึงกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านน้าในสวนกระชาย

พร้อมหยิบเงิน 12 บาทในบ้านมา เพื่อไปซื้อยาเส้นที่ร้านค้าในหมู่บ้าน 8 บาท เหลือเงินติดตัว 4 บาท ขณะซื้อยาเส้นชาวบ้านจำได้ จึงรีบขับขี่รถจักรยานยนต์หนี มาหลบที่กระท่อมในไร่อ้อย เพื่อหาข้าวกิน หิวจนหลับ ตื่นขึ้นมากำลังจะขับขี่รถไปหาขอข้าวชาวบ้านกินจึงถูกตำรวจจับกุมตัวได้​ โดยตำรวจเก็บดีเอ็นเอของผู้ต้องหา เพื่อนำไปตรวจเทียบเคียงคดีข่มขืนฆ่าหญิงชราต่อเนื่องในพื้นที่ จ.นครปฐม จ.สมุทรปราการ และ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่ปี 2553-2558 เหตุเกิดขึ้นรวม 10 ครั้ง ซึ่งตำรวจสืบสวนภูธรภาค 7 ประสานงานให้เก็บดีเอ็นเอนายโอ๋ เพราะพฤติการณ์คดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.หนองเรือ ซึ่งนายโอ๋ ขืนใจหญิงชรา อีกทั้งมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.บางเลน จ.นครปฐม แต่นายโอ๋ ยืนยันว่าไม่เคยก่อเหตุข่มขืนฆ่าหญิงชราในพื้นที่ บช.ภ.7

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ และข้อหาข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยาตน ตามหมายจับของศาลจังหวัดชุมแพ ส่วนข้อหาอื่นๆหลังการสอบสวนก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ พ.ต.อ.ภพกร กวินโยธิน ผกก.สภ.หนองเรือ กล่าวถึงการที่ผู้ต้องหาให้การว่าหนีได้เพราะตำรวจเผลอนั้น ในส่วนนี้จะได้มีการสอบวินัย​ และป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำอีก.