ตำรวจภูธรบ้านบึง พร้อม ป.ป.ส.บุกรวบตัวร่างทรงหื่น แชตลวงหญิงสาวไปทำพิธีแก้กรรม ก่อนล่วงละเมิดทางเพศ เบื้องต้นพบมีสารเสพติดในร่างกาย

ตำรวจ สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ร่วมขอตรวจค้นภายในบ้านเลขที่ 105/48 หมู่บ้านคู่ขวัญ หมู่ที่ 2 ต.หนองซ้ำซาก อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพื่อทำการควบคุมนายปิยะวัฒน์ อายุ 43 ปี ร่างทรงไปสอบสวน จากเหตุที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ประกาศตามหาตัว น.ส.บี(นามสมมุติ) ซึ่งเป็นน้องสาว ที่หายตัวไปพร้อมรถเก๋งนั่งส่วนบุคคล ตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีสัญญาณติดต่ออยู่บริเวณพื้นที่ ต.หนองซ้ำซาก เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงบ้านเป้าหมายนางสุภินิ อายุ 44 ปี ภรรยาของนายปิยะวัฒน์ ผู้ต้องหา ได้ออกมารับหน้าแทน และไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นภายในบ้าน อ้างต้องมีหมายตรวจค้นเท่านั้น จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องแสดงเหตุผลซึ่งหน้า และทำการจู่โจมใช้อุปกรณ์งัดประตูเข้าไป เพื่อควบคุมตัวนายปิยะวัฒน์ ออกมา พร้อมทำการตรวจค้นภายในบ้าน แต่ไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย หลังจากนั้นจึงนำตัว นายปิยะวัฒน์ มาสอบปากคำ ที่ สภ.บ้านบึง ซึ่ง นายปิยะวัฒน์ ยอมรับว่า เสพยาบ้า และรับว่า น.ส.บี บุคคลที่ถูกตามหารู้จักกันจริง แต่ไม่ได้ลวงไปทำอนาจารแต่อย่างใด

นอกจากนี้ตำรวจยังควบคุมตัว นางสุภินี มาสอบสวนอย่างระเอียด และจับตรวจปัสสวะพร้อม นายปิยะวัฒน์ ผลปรากฏพบว่า มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายทั้ง 2 คน

ด้าน พี่สาว น.ส.บี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เล่าว่า ตนได้รับแชทจาก นายปิยวัฒน์ว่า ให้ไปทำพิธีแก้กรรม แต่ได้ปฏิเสธไป ต่อมาทราบว่าร่างทรงได้โทรหาน้องสาว ให้ขับรถมารับไปทำธุระ จนมารู้ข่าวน้องหายก็โพสต์ตามหา และรู้ว่าถูก นายปิยะวัฒน์ ล่อลวงพาตัวเข้าไปโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่บางละมุง และบังคับให้เสพยาและทำอนาจาร โดยมีพฤติกรรมอ้างตัวเป็นร่างทรง พูดจาหว่านล้อมให้หลงเชื่อในทำนองว่ามีเคราะห์ต้องแก้กรรม ทำพิธียกบายศรีเสริมความเป็นมงคล แล้วชีวิตจะราบรื่น สุดท้ายเป็นการหลอกลวง เพื่อต้องการพาไปร่วมเสพยาและทำอนาจาร คาดว่ามีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อแล้วหลายราย