ทลายเครือข่ายโจรกรรมรถ ผู้ต้องหา 4 คน สารภาพเลือกช่วงกลางวันก่อเหตุภายในห้าง ก่อนส่งอู่ดัดแปลงขาย

พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. นำทีมแถลงผลการจับกุมตัว นายพิชิตชัย  อายุ 36 ปี นายวิเชียน อายุ 38 ปีนายนิคม  อายุ 51 ปี และ นายกมล อายุ 64 ปี พร้อมของกลางรถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ชุดที่นายวิเชียนใส่ในวันก่อเหตุ 1 ชุด โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.เพิ่มพูน กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน พ.ย. 63 ถึง ก.พ. 64 ได้มีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 คัน โดยมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน ต่อมาศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร.) ได้สั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายดังกล่าว จนทราบว่า คนร้ายกลุ่มนี้จะก่อเหตุในเวลากลางวันและจะเลือกสถานที่ก่อเหตุภายในห้างสรรพสินค้า โดยคนร้ายใช้รถยนต์ ในการก่อเหตุ ซึ่งกลุ่มคนร้ายจะไปดักรอดูรถตามห้างสรรพสินค้า เมื่อพบรถที่ต้องการและผู้เสียหายจอดเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า 1 ในคนร้าย เดินติดตามผู้เสียหายเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อดูต้นทาง และส่งสัญญาณให้คนร้ายที่อยู่ภายนอกก่อเหตุลักทรัพย์ รถยนต์คันของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีทำลายระบบสัญญานกันขโมย และระบบล็อกกุญแจของรถคันดังกล่าวและขับขี่หลบหนีออกไปจากนั้นจะนำรถยนต์ที่ลักมาไปตัดแปลงสภาพที่อู่ ก่อนนำไปขายต่อ ภายหลังจึงนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์มาแบ่งกัน จากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายเป็นผู้ใดมีจำนวนเท่าใด ก่อนทำการรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับคนร้ายจำนวน 4 คนจนสามารถติดตามจับกุมตัวพร้อมของกลาง

จากการตรวจสอบประวัตินายพิชิตชัย พบว่า ถูกจับกุมในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ในคดีลักทรัพย์ ปี 2557 และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือน ก.ย. 63 ก่อนกลับมาก่อเหตุ โดยจะเลือกรถเป้าหมายเป็นรถกระบะ หรือรถอเนกประสงค์ ก่อนนำไปขายในราคา 50,000-100,000 บาท 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือรับของโจรก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป