ตำรวจภูธรภาค 3 จัดกำลังพลกว่า 6,800 นาย ดูแลจราจร ป้องกัน ลดอุบัติเหตุเทศกาลสงกรานต์ 2564 ชู 5 มาตรการลดอุบัติเหตุทางถนน ลดอาชญากรรม มอบสงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิดให้ประชาชน

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ประชุมแผนอำนวยความสะดวกจราจร ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564  โดยมีตำรวจภูธร 8 จังหวัดในสังกัด ตำรวจภูธรภาค 3 , ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดย พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า ได้กำหนด 5 มาตรการกำกับดูแลช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างเข้มข้น ทั้งมาตรการบริหารจัดการ ,มาตรการบังคับใช้กฎหมาย ,มาตรการอำนวยความสะดวกการจราจร ,มาตรการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ และมาตรการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ให้ภูธรจังหวัดในสังกัดภาค 3 ตั้งศูนย์อำนวยคามสะดวกจราจร  ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 โดยเปิดศูนย์ฯ ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายน 2564 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจแอลกอฮอล์ จุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ด่านชุมชน และชุดเคลื่อนที่เร็ว รวม 6,824 นาย ร่วมกับท้องที่ท้องถิ่น

ส่วนมาตรการบังคับใช้กฎหมาย แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงเตรียมพร้อมและการรณรงค์ ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 15 – 31 มีนาคม จากนั้นวันที่ 1-23 เมษายน 2564 จะเป็นช่วงกวดขัยวินัยจราจร บังคับใช้กฎหมาย 10 ข้อหาหลัก ทั้งการขับเร็ว ขับย้อนศร ฝ่าฝืนสัญญาณจราจร ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่มีใบขับขี่ แซงในที่คับขัน เมาสุรา ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย และใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่รถ  รวมทั้งจะมีการตรวจวัดแอลกอฮอล์และสอบสวนขยายผลในกรณีที่เป็นคดีอุบัติเหตุจราจรที่มีคู่กรณีหรือมีผู้บาดเจ็บ/เสียชีวิต จะต้องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย  ส่วนผู้ขับขี่อายุต่ำกว่า 20 ปี ต้องสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ และหากต่ำกว่า 18 ปี จะต้องสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรฯ  ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546

ระหว่างวันที่ 10-16 เมษายน 2564 จะเป็นช่วงควบคุมเข้มข้น 7 วันอันตราย จะมีการตั้งจุดตรวจและจัดชุดเคลื่อนที่เร็วกวดขันวินัยจราจรเน้นตรวจวัดแอลกอฮอล์รถกระบะที่มีผู้นั่งตอนท้ายกระบะ เพราะเสี่ยงบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตสูง รวมทั้ง สุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ป้องกันการลักลอบจำหน่ายสุราโดยผิดกฎหมาย และให้ตรวจสอบรถโดยสารประจำทาง และรถตู้โดยสาร เรียกผู้ขับขี่มาตรวจวัดประมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เป็น 0 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์  และใช้มาตรการด่านชุมชน ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านขับเคลื่อนบังคับใช้กฎหมายเพื่อความปลอดภัยทางถนนในหมู่บ้านชุมชนและตำบล โดยเข้มงวด  เด็กและเยาวชนขับขี่ยวดยานโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ถ้าพบให้ยึดรถไว้ แล้วเรียกผู้ปกครองมารับคืนภายหลัง  

เนื่องจากเทศากาลสงกรานต์ปีนี้ยังอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด  แต่ละพื้นที่จะงดจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก  รวมถึงกิจกรรมที่มีการสัมผัสใกล้ชิด จึงต้องปรับแผนการทำงานบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ โฟกัสจุดเสี่ยงไปที่ การรวมกลุ่มดื่มสุราหน้าบ้านหรือในชุมชน และให้กวดขันจับกุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาห้าม และสถานที่ห้ามจำหน่าย เช่น วัด โรงเรียน สถานที่ราชการ สถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีโดยเด็ดขาด