ผบ.ตร. กำชับตำรวจ ดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกประชาชน สงกรานต์ 2564

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการตำรวจทุกพื้นที่ ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในเทศกาล สงกรานต์ 2564 ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19

พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในเทศกาลสงกรานต์ 2564 ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องถึง 6 วัน มีการจัดงานตามประเพณี เป็นโอกาสที่ประชาขนจะเดินทางกลับ ภูมิลำเนาและท่องเที่ยว พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในสวัสดิภาพของประชาชน ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ระดมกำลังตำรวจ ปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและอำนวยความสะดวก ดูแลเส้นทางการจราจรในเส้นทางหลัก ให้มีความคล่องตัว ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ และลดการแพร่กระจายของเชื้อ Covid – 19 เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชน ในการระดมกำลังกว่าดล้างอาชญากรรม

ผบ.ตร. จึงเน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมาย จับกุม ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบ่อนการพนัน ยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง และสถานบันเทิง สถานบริการต่างๆที่ปิดเกินกฎหมายกำหนด หรือปล่อยให้มีการมั่วสุมก่อความเดือดร้อน รำคาญ โดยกำหนดห้วงเวลาปฏิบัติก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 7-11 เม.ย.64

ส่วนในห้วงเทศกาลสงกรานต์ เน้นการจัดชุดสายตรวจร่วม ชุดเคลื่อนที่เร็ว ดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนไต้ฉลองตามประเพณี ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุข เน้นการตรวจตราการจัดกิจกรรมสงกรานต์ให้เป็นไปตามที่รัฐบาล (ศบค.) กำหนด เช่น งตรวมกลุ่มหมู่มาก งดประแป้ง สาดน้ำ และจัดการแสดงต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ในขณะที่ประชาชนเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆไม่อยู่บ้านหรือที่พักเป็นเวลาหลายวัน เพื่อเป็นการสร้างความสบายใจและลดความกังวลให้กับประชาชน พล.ต.อ. สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการสถานีตำรวจทั่ว ประเทศ ดำเนินการ โครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชน (ฝากบ้าน 4.0 ) ระหว่างวันที่ 9-18 เม.ย.64 เพื่อเสริมการปฏิบัติในการป้องกันอาชญากรรม ประชาชนสามารถขอใช้บริการได้ที่สถานี ตำรวจทุกแห่ง หรือดาวน์โหลด App.OBS I SERVCE ฟรีผ่านทางมือถือไต้ทั้งระบu Android และ iOS เพื่อขอฝากบ้านกับตำรวจไต้ตลอด 24 ชม.

ซึ่งเหมาะกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid – 19 ในขณะนี้ด้านการอำนวยความสะดวกการจราจร ได้สั่งการเน้นย้ำการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ และขอความร่วมมือจากประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร และข้อกำหนดต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของตนเองครอบครัว และส่วนรวม กวดขันการกระทำผิดใน 10 ข้อหาหลัก โดยเน้นข้อหา เมาแล้วขับ ขับรถใช้ความเร็ว เกินกฎหมายกำหนด และขับรถย้อนศร ซึ่งเป็นสาเหตุหลักการเสียชีวิตบนท้องถนน ทั้งนี้ ให้มีการตั้งจุดตรวจร่วมและบูรณาการกับหน่วยงานทุกภาคส่วนในการปฏิบัติ โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติในจุดตรวจร่วมและจุดบริการประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาตของเชื้อโรคที่ทางสาธารณสุขกำหนด อย่างเคร่งครัด

อาทิ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา รักษาระยะห่าง ล้งมือด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่ เมื่อมีการสัมผัสตัวคน หรือสิ่งของ สำหรับจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่ต้องสวมถุงมือในขณะปฏิบัติงาน และ เปลี่ยนหลอดเป่าทุกครั้ง ให้การปฏิบัติอยู่ในสายตาประชาชน เพื่อความโปร่งใส ป้องกันการถูกร้องเรียน หรือสร้างความเข้าใจผิดในขณะปฏิบัติหน้าที่