“ตร.”จัดหนัก จ่อเอาผิดเจ้าของผับดังทองหล่อ ปมเชื้อโควิด-19

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2564 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลสรุปเหตุการณ์ และผลการดำเนินการกรณีเหตุพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับสถานบันเทิงในพื้นที่ย่านทองหล่อ (ร้านคริสตัล คลับ และ ร้านเอมเมอรัลด์) และเหตุอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องว่า

ลำดับเวลาผู้ติดเชื้อที่มาใช้บริการที่ร้านคริสตัล คลับ และ ร้านเอมเมอรัลด์ และประกาศที่เกี่ยวข้องกับการปิดสถานที่ร้านคริสตัล คลับ เปิดให้บริการตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ก.พ.64 หลังจากที่ กทม. ได้ออกประกาศ เรื่อง สั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 20) ลงวันที่ 23 ก.พ.64 (ผ่อนคลายให้สถานบริการ สถานประกอบการต่าง ๆ กลับมาเปิดได้ โดยมีมาตรการควบคุม)

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.64 สน.ทองหล่อ ได้ทราบข่าวจาก กองควบคุมโรคสำนักอนามัย กทม. ว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากสถานบริการในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ซึ่งผู้ติดเชื้อรายแรกได้มาเที่ยวที่ร้านคริสตัล คลับ ทองหล่อ กับเพื่อนอีก 5 คน เมื่อวันที่ 25 มี.ค.64 และมีพนักงานของทางร้านติดเชื้อจำนวนหนึ่ง

สน.ทองหล่อ จึงได้แจ้งให้ทางร้านหยุดให้บริการทันที และให้ทางร้านได้จัดให้มีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อดังกล่าวทันที และให้พนักงานในร้านตรวจหาเชื้อโควิด-19 และได้ประสานกรมควบคุมโรค และ สำนักงานเขตวัฒนา เข้าตรวจคัดกรองผู้มีความเสี่ยง

ต่อมาวันที่ 2 เม.ย.64 ได้มีการตรวจสอบพบผู้ติดเชื้อบางรายเป็นพนักงานและเป็นผู้ใช้บริการร้านเอมเมอรัลด์ โดยได้เข้าใช้บริการเมื่อวันที่ 1 เม.ย.64 สน.ทองหล่อ จึงได้แจ้งให้ทางร้านหยุดให้บริการ และดำเนินการตามมาตรการควบคุมโรค

เมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 กทม. ได้ออกประกาศ เรื่อง สั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 22) ลงวันที่ 5 เม.ย.64 ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการฯ ในเขตวัฒนา คลองเตย บางแค ตั้งแต่วันที่ 6-19 เม.ย.64

เมื่อวันที่ 9 เม.ย.64 กทม. ได้ออกประกาศ เรื่อง สั่งปิดสถานที่ชั่วคราว (ฉบับที่ 23) ลงวันที่ 9 เม.ย.64 ปิดสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการฯ ในเขตกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.64 จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ซึ่งปัจจุบันทั้งสองร้านถูกปิดตามประกาศ กทม. ฉบับที่ 23

การดำเนินคดีกับร้านคริสตัล และ ร้านเอมเมอรัลด์

เมื่อวันที่ 8 เม.ย.64 ผบช.น. ได้เรียก ผบก.น.5 และ ผกก.สน.ทองหล่อ ประชุมเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยได้สั่งการให้ทำการสืบสวนสอบสวน หากพบว่ามีการดำเนินการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย จะต้องดำเนินคดีให้ครบถ้วน

พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ได้ดำเนินคดีกับ ผู้จัดการร้าน คริสตัล ชื่อ นายชวลิต ตามคดีอาญาที่ 224/2564 และ ดำเนินคดีกับ ผู้จัดการร้าน เอมเมอรัลด์ ชื่อ นายครรชิต ตามคดีอาญาที่ 225/2564 โดยทั้งสองคดีแจ้งข้อกล่าวหาว่า “เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯ”

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ เนื่องจากคดีอยู่ในอำนาจศาลแขวง จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปฟ้องด้วยวาจา ซึ่งศาลแขวงพระนครใต้ ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 9 เม.ย.64 ลงโทษจำคุกผู้ต้องหาทั้งสอง คนละสองเดือน ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังคนละสองเดือน

ผบช.น. ได้สั่งการให้ บก.น.5 ตรวจสอบว่ายังมีนิติบุคคลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับร้านคริสตัล และ ร้านเอมเมอรัลด์ เพิ่มเติมอีกหรือไม่ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ให้พิจารณาดำเนินคดีทุกราย จากการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ร้านคริสตัล เอกซ์คูลซีพ คลับ เป็นชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ ซึ่งจดทะเบียนโดย บริษัท คริสตัล เคแอนด์เอ จำกัด มีนายเดชา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว โดยจดทะเบียนเป็นการบริการด้านร้านอาหารกิจการบริการด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นหลักในร้าน

จากการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ร้านเอมเมอร์รัลด์ เป็นชื่อที่ใช้ในการประกอบพาณิชยกิจ ซึ่งจดทะเบียนโดย บริษัท เอมเมอร์รัลด์กรุ๊ป จำกัด มีนายเกียรติพงษ์ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว โดยจดทะเบียนเป็นการบริการด้านร้านอาหาร กิจการขายอาหาร เครื่องดื่ม สุรา เบียร์

ปัจจุบัน อยู่ระหว่าง บก.น.5 เสนอเรื่องขอสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว (หาก กทม. ยกเลิกประกาศ ฉบับที่ 23) โดยอาศัยอำนาจตาม ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 50 ลง 15 ม.ค.2502 (ปว.50) กรณีสถานที่มีการกระทำผิดกฎหมายหรือมีพฤติการณ์อันขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ให้เป็นอำนาจ ผบ.ตร. หรือ รอง ผบ.ตร. พิจารณาสั่งปิดสถานที่ดังกล่าว ครั้งที่ 1 มีกำหนด 30 วัน ครั้งที่ 2 มีกำหนด 60 วัน และครั้งต่อไปมีกำหนด 90 วัน

ทั้งนี้หากเป็นกรณีเข้าเหตุตามคำสั่ง หน.คสช. ที่ 22/2558 จะเสนอให้ปิดสถานบริการในสถานที่ดังกล่าวเป็นเวลา 5 ปี

โดย ตร. ได้มีคำสั่งที่ 183/2561 ลง 3 เม.ย.61 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เกี่ยวกับสถานบริการและการใช้อำนาจสั่งปิดสถานประกอบการที่มีการกระทำผิดกฎหมายตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 50 ลง 15 ม.ค.2502 โดยมี รอง ผบ.ตร. หรือ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นเลขานุการ ผบก.คพ. เป็นเลขา ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองเสนอความเห็น โดยอำนาจพิจารณาสั่ง เป็นของ ผบ.ตร. หรือ รอง.ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมาย สั่งปิดสถานที่/สถานบริการตามกฎหมายข้อดังกล่าวข้างต้น

มีรายงานอีกว่า ในกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.64 ด้วยปรากฏตามสื่อมวลชน พบผู้ติดเชื่อโควิด-19 ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับสถานบันเทิงในพื้นที่ย่านทองหล่อ ทั้งยังปรากฏข่าวมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ ไปอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการ

เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบกพร่อง ปล่อยปละละเลยการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคหรือไม่ ผบช.น. ได้สั่งการให้ บก.น.5 ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วรายงานให้ทราบโดยด่วน

บก.น.5 จึงได้มีคำสั่งที่ 102/2564 ลง 9 เม.ย.64 แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว โดยมี พ.ต.อ.วิทวัฒน์ ชินคำ รอง ผบก.น.5 เป็นประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งนี้เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้มีโอกาสชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เมื่อวันที่ 12 เม.ย.64 ตามที่ บก.น.5 มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสถานประกอบการพื้นที่รับผิดชอบของสน.ทองหล่อ นั้น เพื่อให้การบริหารงานในภาพรวมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เกิดความเสียหายต่อทางราชการ บก.น.5 ได้มีคำสั่งที่ 103/2564 ลง 12 เม.ย.2564 เรื่อง ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ และรักษาราชการแทน ดังนี้ พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรน์ รอง ผบก.น.5 รักษาราชการแทน ผกก.สน.ทองหล่อ . พ.ต.ท.ธนาธิป ชมภูนิช สวป.สน.ทองหล่อ รักษาราชการแทน รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ

ให้ พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ ปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.น.5 พ.ต.ท.ธนากร งามเย็น สวป.สน.ทองหล่อ รรท.รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ ปฏิบัติราชการที่ ศปก.บก.น.5 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และจะได้ดำเนินการเร่งรัดผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แล้วรายงานผลให้ทราบต่อไป

โดยวันนี้มีรายงานว่าทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล จะตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนระดับ บช.ขึ้นมาเพื่อดำเนินคดีกับคลับ 2 แห่งนี้เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของ เพื่อเอาผิดกับกรรมการผู้มีอำนาจลงนามต่อไป