โฆษก ตร. เผย ตำรวจห่วงใยประชาชนแต่ต้องทำตามหน้าที่ วอนสวมหน้ากากฯ ทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ช่วยกันยับยั้งโควิด ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 6,000 – 20,000 บาท

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎกระแสข่าวเกี่ยวกับการดำเนินคดีกับผู้ที่ไม่สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า เมื่อออกนอกเคหสถานหรือสถานที่พำนัก ซึ่งกรณีดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัด/เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในหลายพื้นที่รวมถึงกรุงเทพมหานคร ได้ออกคำสั่งให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้งที่ออกนอกเคหสถาน หรือ สถานที่พำนัก เพื่อเป็นมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ พบการกระทำความผิด ก็จะดำเนินการตามกฎหมายโดยจะนำตัวผู้กระทำผิดส่งพนักงานสอบสวน ท้องที่ ๆ พบการกระทำความผิด พนักงานสอบสวน ก็จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิด   โดยอัตราโทษ ในการกระทำความผิดในแต่ละครั้งแตกต่างกัน กระทำผิดครั้งแรก ปรับ 6,000 บาท ในครั้งที่ 2 ปรับ 12,000 บาท และ ครั้งที่ 3 และครั้งต่อๆไป ปรับ 20,000 บาท

กรณีมีเหตุผลควรแก่การพิจารณาลดจำนวนค่าปรับ พนักงานสอบสวนสามารถกำหนดค่าปรับได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนเงินค่าปรับที่กำหนด ซึ่งหากผู้กระทำผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับหรือไม่ชำระเงินค่าปรับในชั้นพนักงานสอบสวน ก็จะต้องส่งฟ้องศาลต่อไป

ส่วนกรณี ที่ปรากฎเป็นข่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.บางปะหัน จว.พระนครศรีอยุธยา ได้เปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปเป็นจำนวนเงิน 500 บาท และต่อมาต้องเพิกถอนการเปรียบเทียบปรับ ก็เนื่องจากเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนในข้อกฎหมายของพนักงานสอบสวน ที่ไม่สามารถเปรียบเทียบปรับในอัตราที่น้อยกว่า 2,000 บาท ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของอัตราค่าปรับที่กำหนดไว้ตามบัญชีท้ายระเบียบได้

โฆษก ตร. ยังกล่าวอีกว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างจริงใจ ไม่มีความต้องการที่จะไปจับกุมดำเนินคดีแต่อย่างใด จึงอยากวอนขอให้พี่น้องประชาชนร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดฯ อย่างเคร่งครัดด้วย