ตม.เบตง , ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมตรวจเข้มชายแดนไทย – มาเลเซีย สกัดโควิด

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง ตำรวจท่องเที่ยว ทหารชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4 เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเบตง ให้เพิ่มความเข้ม เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าทางรั้วชายแดนไทย – มาเลเซีย ทางช่องทางธรรมชาติ เนื่องจากมีข่าวการลักลอบแรงงานไทยจากมาเลเซียเข้าประเทศผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)

โดยกำชับการตรวจสแกนควบคุมโรคคนไทยที่เดินทางมาจากประเทศมาเลเซีย โดยทุกคนต้องผ่านการตรวจสแกนอย่างละเอียดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์อินเดียอย่างละเอียดเพื่อไม่ให้มีการหลุดรอด

นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอเบตง เผยว่า อำเภอเบตง เป็นด่านพรมแดนไทย – มาเลเซียที่มีการผ่านแดนของคนไทยและแรงงานไทย โดยคนไทยในมาเลเซียที่จะเดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้มีการจำกัดจำนวนรวมทุกด่าน 300 คนต่อวัน ที่จุดผ่านแดน 4 แห่งคือ 1.สะเดา 2.สุไหงโก-ลก 3.วังประจัน และ 4.เบตง

โดยผู้เดินทางนำพาหนะเข้าประเทศไทยไม่ได้ ซึ่งผู้เดินทางชาวไทยจะต้องแสดงเอกสารในการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย ต้องมีหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ ที่สถานทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ ออกให้ ผู้เดินทางต้องลงนามยินยอมรับเงื่อนไขการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วันในสถานที่กักตัวที่ทางราชการกำหนด และ ใบรับรองแพทย์ ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง โดยในใบรับรองแพทย์ต้องระบุข้อความ “Fit to Travel” และมีอายุไม่เกิน 72 ชม.

นอกจากนี้ ทางอำเภอได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการโรงงาน สถานประกอบการ นายจ้างไม่ให้ รับแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเข้าทำงานหรือเข้าพักเด็ดขาด เพราะหากมีการนำเชื้อโควิดสายพันธุ์อินเดียเข้ามาในพื้นที่จะเป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่