ตร. เตือนภัย! เงินกู้นอกระบบออนไลน์ ระวังมิจฉาชีพแฝงตัว

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี – บก.ปอท.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออกมาเตือนภัยเผย ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ระบาดไปทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยตลอดระยะเวลานานกว่า 1 ปี ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งทางรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนหลายมาตรการอยู่โดยตลอด

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินการทองของพี่น้องประชาชนในหลายๆภาคส่วน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพหาเช้ากินค่ำ ทำงานที่ได้รับเงินรายได้ค่าจ้างแบบรายวัน อาจจะได้รับผลกระทบมาก เป็นผลทำให้พี่น้องประชาชนบางส่วนที่เดือดร้อนเงินทองขาดมือไม่สามารถหยิบยืมญาติพี่น้องหรือคนรู้จักได้ทัน

อาจจะหันไปใช้วิธีการกู้เงินนอกระบบ ซึ่งปัจจุบันนี้พบว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวมาในลักษณะปล่อยเงินกู้ผ่านระบบออนไลน์ โดยใช้วิธีการเข้ามาขอเป็นเพื่อนผ่านทางเฟซบุ๊ก หรือ ตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ต่างๆ ประกาศเชิญชวนให้ใช้บริการเงินกู้ โดยอ้างว่าสามารถกู้เงินได้โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน หรือ กู้ได้แม้จะติดเครดิตบูโร แถมอนุมัติเงินกู้ภายใน 5 – 10 นาที

โดยมีข้อแม้ว่าผู้กู้จะต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 10% ของเงินที่จะขอกู้ก่อน หรืออาจอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่น เช่น ค่าดำเนินการ, ค่าประกันเงินกู้, ค่ามัดจำ ฯลฯ ตามแต่มิจฉาชีพจะกล่าวอ้างเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อแล้วโอนเงินดังกล่าวให้มิจฉาชีพ

ซึ่งในเรื่องเงินกู้นอกระบบที่มีลักษณะผิดกฎหมายนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดตั้ง”ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.)” ตามนโยบายของรัฐบาล โดย ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ
โดยมุ่งมั่นที่จะสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้มีอิทธิพล ผู้ปล่อยเงินกู้ที่มีลักษณะเรียกอัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด

รวมถึงการทวงหนี้ในลักษณะที่เป็นการผิดกฎหมาย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนที่หลงไปเป็นเหยื่อ หากมีข้อมูลเบาะแสสามารถติดต่อได้ที่ “ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชั้น 3 อาคาร 1 , กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ถนนสาทรเหนือ เขตบางรัก กทม. หรือโทรศัพท์สายด่วน 1599 หรือที่สถานีตำรวจทุกแห่ง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง