กองปราบตามรวบ “สาวมิจฉาชีพ” หลอกขายสินค้าออนไลน์ ก่อเหตุซ้ำซาก เสียหายกว่าร้อยรายทั่วประเทศ พบมีหมายจับคดีฉ้อโกง 7 หมาย สารภาพเอาเงินไปใช้จ่าย-เล่นพนันออนไลน์

พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป., และชุดปฎิบัติงานร่วมกันจับกุม น.ส.สาวิตรี อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 7 หมายจับ คือ

1.หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2563 ข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์สินของผู้อื่น”

2.หมายจับศาลจังหวัดลำพูน ลงวันที่ 21 มกราคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

3.หมายจับศาลจังหวัดนครปฐม ลงวันที่ 25 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง โดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่น โดยการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย แก่ประชาชน”

4.หมายจับศาลจังหวัดเลย ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

5.หมายจับศาลจังหวัดหนองคาย ลงวันที่ 17 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

6.หมายจับศาลจังหวัดอุบลราชธานี ลงวันที่ 22 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่นนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน”

7.หมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ลงวันที่ 29 มีนาคม 2564 ข้อหา “ฉ้อโกง”

ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนและตรวจสอบข้อมูล พบว่า น.ส.สาวิตรี เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562 โดยผู้ต้องหาจะเข้าไปยังเพจเฟซบุ๊กต่างๆ ที่เปิดเป็นสาธารณะ แล้วทำการโพสต์ขายสินค้า ของใช้มือสอง ในราคาถูก ซึ่งเมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้ต้องหาจะแจ้งราคาพร้อมค่าจัดส่งให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหา หลังจากนั้นจะทำทีไปส่งของที่บริษัทขนส่ง โดยมีการไลฟ์สดพร้อมถ่ายภาพกล่องลังขนาดใหญ่ของคนอื่น แอบอ้างว่าเป็นสินค้าที่จะจัดส่งให้ผู้เสียหาย ซึ่งภายหลังเมื่อผู้เสียหายได้รับพัสดุ กลับพบว่าภายในกล่อง บรรจุยาสมุนไพร, ผ้าเช็ดหน้า, ผ้ากันเปื้อน หรือยาดม มาแทน บางกรณีเป็นกล่องพัสดุเปล่า

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าได้เริ่มก่อเหตุมานานเกือบ 2 ปี เนื่องจากเห็นว่าเพื่อนเคยทำมาก่อนและยังไม่ถูกจับกุม และคิดว่าจำนวนเงินที่หลอกเหยื่อมาได้นั้น มีจำนวนไม่สูงมาก (1,500-9,000 บาท/ราย) ผู้เสียหายอยู่ไกลน่าจะยากแก่การติดตาม ซึ่งในส่วนของเงินที่ได้มาจากการหลอกลวง ตนใช้หมดไปกับการเล่นพนันออนไลน์และการใช้จ่ายส่วนตัว