ตำรวจตระเวนชายแดน รวบพ่อค้ายาบ้า จำหน่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้

ร้อยตำรวจเอก ณรงค์ อ่อนทอง หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 สนธิกำลังร่วมกับร้อยตำรวจโท ภาณุวัฒน์ รักษ์ทับเที่ยง รองสารวัตรปราบปราม กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามยาเสพติด 4 และนายธวัช จงรักษ์ภูวนาถ หัวหน้าชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดกระบี่ จับกุมตัวนายฐิติวุฒน์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ ต.สินปุน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ภายหลังสืบทราบว่าลักลอบค้ายาเสพติดในพื้น จ.กระบี่ จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช ให้กับกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มผู้ใช้แรงงานในโรงงาน ในสวนปาล์มน้ำมันและสวนยางพารา

โดยให้ชายอายุ 36 ปี มีอาชีพขับรถยนต์ตู้รับส่งนักเรียน อยู่บ้านเลขที่ในต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ซึ่งก่อนหน้าที่ถูกจับกุมตัวได้ของกลางยาบ้า 3,504 เม็ด ยาไอซ์ น้ำหนัก 17.3 กรัม ที่ลานจอดรถโรงแรมแห่งหนึ่งถนนในพื้นที่ต.ปากน้ำ อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ติดต่อขอซื้อยาบ้า จำนวน 5 มัด รวม 10,000 เม็ด ในราคา 150,000 บาท จากนายฐิติวุฒน์ โดยนัดส่งของกันริมถนนพื้นที่ ต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่

จนถึงเวลานัดมีรถกระบะสีเทาติดป้ายทะเบียนจ.กระบี่ มาจอดรอโดยคนขับมีท่าทางพิรุธเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัวทำการตรวจค้น นายฐิติวุฒน์และภายในรถกระบะ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในรถ 2 มัด จำนวน 4,000 เม็ด อาวุธปืนพบสั้น และกระสุนปืน 36 นัด เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวพร้อมยึดของกลางดังกล่าวทั้งหมด

พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุอันสมควร

นายฐิติวุฒน์ รับสารภาพว่าสั่งซื้อยาเสพติดมาจากทางภาคเหนือทางอินเตอร์เน็ต โดยส่งมากับรถด่วนรับส่งสินค้า ครั้งละ 5 – 10 มัด จำนวน 10,000 – 20,000 เม็ด ในราคา 130,000 – 260,000 บาท ตกเม็ดละ 13 บาท นำมาขายเม็ดละ 17 บาท ขายส่งมัดละ 45,000 – 50,000 บาท เมื่อขายหมดจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารให้กับพ่อค้าทางภาคเหนือ

ส่วนยาบ้าที่นำมาส่งจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมคาดว่าถ้าขายหมดจะสั่งเพิ่มอีกเป็น 20 มัด เพราะนำมาแบ่งขายได้ราคาดีและขายได้อย่างรวดเร็วเพราะเม็ดละ 17 บาท ในพื้นที่ 3 จังหวัดที่มีเขตแดนติดกับจังหวัดกระบี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาและของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองท่อม จ.กระบี่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป