รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนประชาชนระวังอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ที่แอบแฝงโครงการภาครัฐ ขโมยข้อมูลส่วนตัวไปใช้หาผลประโยชน์

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตือนภัยกรณีที่มีหลายหน่วยงานออกมาสนับสนุน แนะนำการลงทะเบียน เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของภาครัฐ เช่น โครงการคนละครึ่งเฟส 3 หรือ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ฯลฯ ว่า ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและองค์กรต่างๆ จึงมีหลายหน่วยงานพยายามคิดโปรโมชั่นรวมถึงให้ส่วนลดต่างๆ สอดคล้องกับโครงการของภาครัฐ เพื่อดึงดูดให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีเหล่ามิจฉาชีพที่อาศัยช่องว่างจากความต้องการของพี่น้องประชาชนในการกระทำความผิด บางกรณีมีการสร้างเว็บไซต์ปลอม หรือการส่ง SMS ทางโทรศัพท์มือถือ หรือลิงค์ต่างๆ ที่มีลักษณะให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขบัตรเครดิต หรือให้ใส่รหัส OTP เป็นต้น

และเมื่อได้ข้อมูลไปแล้วกลุ่มมิจฉาชีพจะนำข้อมูลที่ได้ไปหาประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งการกระทำลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือ กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยให้ดูจากพฤติการณ์แต่ละกรณีมาประกอบ

นอกจากนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากเตือนภัยและประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ โดยการอย่าหลงเชื่อข้อมูลการโพสต์หรือลิงค์ที่แนบมาพร้อมกับอีเมล์ที่ไม่แน่ใจแหล่งที่มา , ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวใดๆ ผ่านระบบออนไลน์ให้กับผู้อื่นหากยังไม่ได้รับการตรวจสอบ , หากพบเพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ไลน์ หรือเมล์ที่น่าสงสัย ให้ติดต่อสอบถามกับหน่วยงานภาครัฐทันที ส่วนในกรณีที่หลงเชื่อไปแล้ว ให้รีบเปลี่ยนรหัสผ่านและแจ้งตำรวจ หรือติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคาร สถาบันการเงิน เป็นต้น

นอกจากนี้หากพบเห็นเบาะแสผู้กระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง