ครบ 1 ปี 4 เดือน บันทึกไว้ในความทรงจำ “หมู่อี๊ด” ส.ต.อ.กฤษดา การุญ ฮีโรที่ยังมีลมหายใจ

ร่องรอยบาดแผลบนศีรษะของสิบตำรวจเอก กฤษดา การุญ หรือ อี๊ด อรินทราช 26 หนึ่งในตำรวจฮีโร จากเหตุการณ์กราดยิงที่เทอร์มินอล 21 โคราช เป็นจุดเปลี่ยนที่ตำรวจหนุ่มอนาคตไกล ต้องต่อสู้ ด้วยความเข้มแข็ง เพราะทุกวันที่ได้ใช้ชีวิต คือวันที่มีความหมายสำหรับคนรอบข้างของหมู่อี๊ด และวันนี้นับเป็นวันแรกที่หมู่อี๊ดได้กลับมานอนบนเตียงที่บ้านของตัวเอง นับจากเกิดเหตุการณ์

หมู่อี๊ดถูกคนร้ายใช้ปืน HK33 ยิงเข้าที่ศีรษะด้านขวา ขณะทำหน้าที่เป็นพลซุ่มยิง ในการระงับเหตุกราดยิง ช่วง 7 เดือนแรกได้รักษาตัวในโรงพยาบาลตำรวจ จากนั้นรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก่อนจะย้ายกลับมาที่โรงพยาบาลตำรวจเพื่อรักษาอาการอีกครั้ง จนออกจากโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ วันที่ 23 มิถุนายน 2564 และหมู่อี๊ดได้ใช้ชีวิตนอกโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 4 เดือน

หมู่อี๊ดเข้ารับการผ่าตัดสมอง 2 ครั้ง ปัจจุบันอาการทรงตัว กะพริบตาตอบสนองได้ บังคับให้มือขวาสั่นได้เล็กน้อย แต่ยังไม่สามารถพูดได้ และยังคงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญคนไทยทั้งประเทศ เมื่อจ่าสิบเอก จักรพันธ์ ถมมา คลุ้มคลั่งและใช้อาวุธยิงผู้บังคับบัญชาและญาติถึงแก่ความตาย จากนั้นหลบหนีเข้ามาในตัวเมือง กราดยิงผู้คนตามรายทาง ก่อนเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จนถูกวิสามัญฆาตกรรมในเช้าวันถัดมา เหตุการณ์ครั้งนั้นพรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปถึง 31 ชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 57 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “หมู่อี๊ด”

ตลอดเวลาที่ “หมู่อี๊ด”รักษาตัว มี “เชอรี่” ปรียนันท์ การุญ ผู้เป็นภรรยา คอยอยู่เคียงข้างไม่ห่าง เชอร์รี่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวของ “หมู่อี๊ด” “ฮีโรในดวงใจ” ของเธอ ผ่านข้อความลงบนโลกโซเชียล

“1 ปี 4 เดือน ที่เค้าต้องทำอะไรทุกอย่างแทนตัว แต่ไม่เป็นไรนะเค้าเต็มใจทำให้ ขอแค่ตัวอยู่สู้ไปกับเค้าแบบนี้ตลอดไป เดี๋ยวอีกหน่อยตัวก็คุยกับเค้าได้ เค้าจะรอวันนั้นนะ”

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ตัวจะมีเค้าอยู่ข้าง ๆ เสมอ เราจะจับมือกันไว้ เค้ารักตัวนะ สู้ ๆ นะ เดี๋ยวทุกอย่างจะดีเอง ขอแค่เราสองคนสู้ไปด้วยกัน จับมือกันและเดินไปด้วยกันแบบนี้ตลอดไป”

ทีมงานได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ “เชอร์รี่” ที่ดูแลหมู่อี๊ดอยู่ที่บ้าน เธอรับสายด้วยน้ำเสียงที่สดใส และมองว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ “หมู่อี๊ด” เป็นบททดสอบในชีวิต ที่เขาต้องผ่านไปให้ได้

เชอร์รี่ ดูมีกำลังใจที่แข็งแกร่งมาก ก่อนวางสายเธอยังบอกด้วยว่า

“ไม่ว่าพี่อี๊ดจะมีสภาพเเบบไหน ก็พร้อมจะดูเเล พร้อมจะอยู่เคียงข้าง สู้ไปด้วยกัน เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งจะกลับมาใช้ชีวิตปกติด้วยกันอีกครั้ง”

ตลอด 1 ปี 4 เดือน “เชอร์รี่” ต้องทำหน้าที่แทน “หมู่อี๊ด” ทุกอย่าง เธอบอกว่า จะมีวันนี้ไม่ได้เลย หากไม่ได้รับการดูแลอย่างดี จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมทั้งผู้บังคับบัญชา ทั้งในอดีตและปัจจุบันของ หน่วยอรินทราช 26 ที่คอยช่วยเหลือ ทั้งการรักษา และเยียวยาครอบครัวมาโดยตลอด ไม่เคยทอดทิ้ง และยังมอบบ้านพักให้ 1 หลัง เพื่อให้มีความสะดวกสบายในการพักรักษาตัวหลังจากนี้ และที่สำคัญเชอร์รี่ ขอเป็นตัวแทน “หมู่อี๊ด” ขอบคุณทุกกำลังใจจากคนไทย

ความรัก ความผูกพัน และความดี ของ เชอร์รี่ ภรรยาคู่ทุกข์ คู่ยาก เป็นส่วนสำคัญในบันทึกชีวิตของ “หมู่อี๊ด” สิบตำรวจเอก กฤษดา การุญ ตำรวจต้นแบบแห่งความดี เมื่อหน้าที่ในการปกป้องพี่น้องประชาชน ต้องมาก่อนชีวิตของตัวเอง สมกับที่เป็น “ฮีโรที่ยังมีลมหายใจ”