รองผบ.ตร. กำชับตำรวจ 10 จังหวัด ตั้งด่านตรวจคัดกรองเดินทาง-แคมป์คนงานก่อสร้าง-งดจัดงานเลี้ยงสังสรรค์

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 25) ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2564 โดยกำหนดพื้นที่ 10 จังหวัด เป้าหมายเฉพาะในเขตพื้นที่สถานการณ์ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา เพื่อชะลอและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของ Covid-19 อย่างเร่งด่วน

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปม.ตร.) ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1,7 และ 9 และหน่วยปฏิบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตามมาตรการควบคุมแคมป์คนงานและพื้นที่ก่อสร้างในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดปริมณฑล และควบคุมการเคลื่อนย้ายของประชาชนในเขตพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนใต้

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 1-9 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้จัดกำลังชุดสายตรวจร่วม ชุดเคลื่อนที่เร็ว และชุดปฏิบัติการต่าง ๆ สนับสนุนการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติตามมาตรการเร่งด่วนตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 25 เพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง การตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อคัดกรองการเดินทาง มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วนในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล รวมทั้งมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในเขตชุมชน โดยให้ประสานผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด คณะกรรมการ โรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

ให้ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิดที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่โรค ตามข้อกำหนดฯ ฉบับที่ 25 ข้อ 8 ให้ทุกหน่วยเข้มงวดตรวจตราเพื่อสืบสวน ปราบปรามจับกุมผู้รวมกลุ่มมั่วสุมกระทำการที่ผิดกฎหมาย เช่น ลักลอบเล่นการพนัน เสพยาเสพติด มั่วสุมในลักษณะที่จะนำไปสู่การแข่งรถในทาง หรือ ฝ่าฝืนเปิดสถานบริการในพื้นที่ที่มีข้อกำหนดฯห้ามเปิด รวมทั้งให้กำชับเจ้าหน้าที่ของศูนย์รับแจ้งเหตุ ฉุกเฉิน 191 สายด่วน 1599 รับแจ้งเบาะแส เหตุฉุกเฉิน แล้วประสานเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่

หากพบว่าหน่วยใดปล่อยปละละเลย หรือย่อหย่อนในการปฏิบัติหน้าที่ให้พิจารณาข้อบกพร่องเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบและผู้บังคับบัญชา ผู้มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล ให้เหมาะสมแก่กรณี

นอกจากนี้ให้ประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนงดจัดกิจกรรมทางสังคมที่มีการรวมกลุ่มในลักษณะ การสังสรรค์ จัดเลี้ยง หรืองานรื่นเริงในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เว้นแต่เป็นการจัดพิธี ตามประเพณีนิยม ที่ได้กำหนดเตรียมการไว้แล้ว โดยขอให้เป็นไปเพื่อความเหมาะสมและมีมาตรการป้องกัน โรคตามที่ทางราชการกำหนด

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังแสดงความห่วงใยกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง การออกตรวจแคมป์คนงาน และการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด จึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ดูแลเรื่องอุปกรณ์ป้องกันตัวจากเชื้อไวรัสโควิด-19 และให้หน่วยสนับสนุนเร่งจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตัวให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเร่งด่วนและครบถ้วน