ผบ.ตร.มอบนโยบายให้สร้างความชัดเจน ในการแจ้งความ รับคำร้องทุกข์ และแนวทางการสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้มอบนโยบาย ให้สร้างความชัดเจนในการแจ้งความ รับคำร้องทุกข์ และแนวทางการสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หลังมีผู้เสียหายจากแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์จำนวนมาก ที่ยังสับสนว่าจะต้องร้องทุกข์ หรือแจ้งความกับหน่วยงานใด

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีสื่อออนไลน์ นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการกระทำความผิดในรูปแบบของแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์ โดยแอปพลิเคชันเหล่านี้ มีการเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือมีการทวงหนี้ในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ซึ่งได้มีผู้เสียหายหลายรายเข้าไปใช้งานแอปพลิเคชันเงินกู้ออนไลน์และได้รับความเสียหายในหลายพื้นที่เช่น กรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5 มีผู้เสียหายจากแอปพลิเคชันเงินกู้รวมตัวกันมาแจ้งความ ซึ่งทางศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) ได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว และจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

ส่วนอีกกรณีเกิดในพื้นที่ จ.กระบี่ ได้มีผู้เสียหายเข้าไปใช้งานลิงก์ที่มีการกู้เงินออนไลน์และได้รับเงินจริง แต่มีการเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา อีกทั้งยังมีการโทรมาทวงหนี้ในลักษณะการข่มขู่อีกด้วย ซึ่งทางผู้เสียหายก็ได้เข้าร้องทุกข์กับสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค

จากกรณีที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าการกระทำความผิดในรูปแบบดังกล่าว กำลังแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ และมีผู้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากยังมีความสับสน ไม่ชัดเจน ในเรื่องของอำนาจหน้าที่การรับผิดชอบคดีในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งเป็นหนึ่งในคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาทางเทคโนโลยี ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ จึงได้ปรับวิธีการรับแจ้งความให้ทันยุคสมัย เริ่มจากโครงการรับแจ้งความออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถนัดหมายในการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษผ่านระบบออนไลน์

และเพื่อแก้ปัญหา ความสับสนในการร้องทุกข์ เรื่องการรับคำร้องทุกข์ และการสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งมีการกำหนดอำนาจหน้าที่ในการรับคำร้องทุกข์การสอบสวน และแนวทางการสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีไว้อย่างชัดเจน

โดยหากความผิดมีเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

1 เป็นคดีที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการสืบสวน
2 มีมูลค่าความเสียหาย 10 ล้านบาทขึ้นไปและมีผู้เสียหายตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
3 มีมูลค่าความเสียหาย 30 ล้านบาทขึ้นไป หรือผู้เสียหายตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป
4 เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ
5 ส่งผลร้ายแรงต่อระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะ
6 ส่งผลร้ายแรงต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ การบริการสาธารณะ หรือสาธารณูปโภค
7 ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร การก่อการร้าย
8 มีนโยบายป้องกันและปราบปรามเป็นพิเศษ

ในช่วงนี้ให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ แต่หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2564 สามารถเข้าแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บช.สอท.) หรือกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ได้โดยตรง หรือหากไม่สะดวกสามารถแจ้งความกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปอส.ตร.) หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อพิจารณาส่งเรื่องดังกล่าวไปยัง บช.สอท. หรือ บช.ก.

โดยหากเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อ 1-5 หรือ 8 ทาง บช.สอท. จะเป็นผู้รับผิดชอบ หากเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อ 6-8 ทาง บช.ก.จะเป็นผู้รับผิดชอบ อีกทั้ง บช.สอท. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว จึงได้จัดตั้งกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีตามภาคต่าง ๆ เพื่อให้อำนวยความสะดวก และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบสวนคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

นอกจากนี้รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอประชาสัมพันธ์แนวทางการหลีกเลี่ยงป้องกัน การกระทำความผิดในรูปแบบดังกล่าว มายังพี่น้องประชาชนว่า ควรวางแผนการเงินและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของตน ว่าจะสามารถชำระได้โดยที่ไม่เดือดร้อน ควรศึกษารายละเอียดของผู้ให้กู้ให้ดี ควรเลือกกู้เงินจากสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ มีสัญญาการกู้ที่ชัดเจนและเป็นธรรม

หากพบเห็นความผิดปกติหรือข้อเสนอที่ดีเกินไปควรหลีกเสี่ยง หากเห็นแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่น่าสงสัย หรือไม่มั่นใจว่าเป็นของจริงหรือไม่ ควรตรวจสอบจากสถาบันการเงินดังกล่าวทุกครั้ง

ทั้งนี้ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดเข้ามา นอกจากนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง Call Center สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง