ตำรวจทางหลวงช่วยติดตามผู้ป่วยโควิด-19 จนพบหลังหลบออกจากโรงพยาบาล สนาม โดยนำผู้โดยสารบนรถตู้โดยสารประจำทางพร้อมคนขับให้กักตัวหวั่นติดแล้วแพร่เชื้อ

รายงานข่าวแจ้งว่าเมื่อวานนี้(3 ก.ค.) ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. นำรถยนต์สายตรวจทางหลวง สกัดรถยนต์ตู้โดยสารประจำทางระยอง – กรุงเทพ คันหนึ่งหลังจากรับแจ้งจากศูนย์วิทยุให้สกัดไว้เนื่องจากมีสุภาพสตรีคนหนึ่งซึ่งผู้ป่วยโควิด-19 หลบออกจากโรงพยาบาลสนามแห่งหนึ่งใน จ.จันทบุรี โดยขึ้นรถยนต์ตู้โดยสารคาดว่าน่าจะเข้ากรุงเทพฯ

ด.ต.พัสกร ประมวญสิน ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.8 บก.ทล. เล่าว่า หลังจากรับแจ้งจึงรีบตรวจหารถยนต์ตู้โดยสารคัน ดังกล่าว อีกทั้งตำรวจทาง หลวงช่วยกันตรวจสอบข้อมูล รถยนต์ตู้โดยสารจนกระทั่งทราบหมายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ขับขี่ จึงโทรศัพท์ไปพูดคุยโดยแจ้งให้ทราบข้อ มูลแล้วไม่ให้ตื่นตระหนก จากนั้นนัดผู้ขับขี่ให้จอดรถริมถนนบริเวณ กม.6 (ขาเข้า) ต่างระดับทับช้าง เขตประเวศ กรุงเทพฯ

ด.ต.พัสกร เล่าอีกว่า หลังจากรถยนต์ตู้โดยสาร จอดข้างทางก็ให้ผู้ขับขี่ลดกระจกลงนิดนึงแล้วสอบถามหาชื่อสุภาพสตรีที่ผู้ป่วย ซึ่งสุภาพสตรียอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ทางตำรวจจึงนำชุด PPE ให้สวมใส่ พร้อมทำความเข้าใจกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารอีก 9 คน ว่าทุกคนต้องกลับไปยังพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อตรวจคัดกรองและกักตัว เพราะทุกคนบนรถตู้คนนี้ถือว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูง ซึ่งทั้ง 9 คน ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยตำรว จทางหลวงใช้รถยนต์สายตรวจทางนำขบวนพารถยนต์ตู้โดยสารแล้วมีรถยนต์สายตรวจทางหลวงปิดท้ายเพื่อไม่ให้ออกนอกเส้นทางที่จะเดินทางกลับไปที่โรงพยาบาลสนาม จ.จันทบุรี

“การทำหน้าที่ของผม และ เพื่อน ๆเมื่อวานนี้สามารถที่จะป้องกันไม่ให้การแพร่กระจายของโควิด-19 เลวร้ายไปกว่านี้ อย่างน้อยผมและเพื่อนปกป้องป้องกันรักษาชีวิตของพี่น้องประชาชนอีกเป็นร้อยเป็นพัน ที่อาจจะเสี่ยงติดเชื้อไวรัส จากการกระทำของคนคนเดียว ผมรู้ด้วยตัวเองว่าโรคนี้ มันร้ายแรงเจ็บปวดทรมานทั้งร่างกายและจิตใจมากแค่ไหน
หลายคนอาจจะมองว่าเรื่องเล็กเเค่นี้เองแต่จะรู้มั้ยว่าถ้ารอดไปได้ การแพร่กระจายของโรคจะทวีความรุนแรงมากแค่ไหน อีกกี่ชีวิตอาจต้องได้รับผลกระทบจากการกระทำในครั้งนี้ สิ่งที่ทำไม่ใช่แค่หน้าที่ แต่เราทำหน้าที่ด้วยหัวใจในการป้องกันดูแล” ด.ต.พัสกร ระบุ