สตม. ร่วมทหารฝ่ายปกครอง 5 มาตรการเข้มชายแดนไทย-มาเลเซีย ป้องกันโควิด

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภชาติ เวชพร ผกก.ตม.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริผกก.สส.บก.ตม.1 พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดนพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา และ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส รวมถึงด่านผ่านแดนจุดต่างๆที่เชื่อมกับประเทศมาเลเซีย เพื่อเฝ้าระวังการหลบหนีเข้าแดนโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด และปฏิบัติตามนโยบายปฏิบัติราชการ 5 มาตรการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย

1.ดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อสกัดกั้นการระบาดในพื้นที่เป้าหมายและสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายกลุ่มเสี่ยง บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่โรค ต้องบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่

2.การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายให้เพิ่มความเข้มข้นในการสกัดกั้นและปราบปรามจับกุมคนต่างด้าว ขยายผลอย่างต่อเนื่อง

3.กำชับให้เพิ่มความเข้มในการใช้กฎหมาย กรณีคนต่างด้าวสัญชาติจีน ให้ตรวจสอบก่อนและหลังอนุญาตว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่

4.การกักตัวคนต่างด้าวให้ดำเนินการตามมาตรการเมื่อรับตัวผู้ต้องกักต้องมีการคัดกรอง

5.สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 สายพันธ์ใหม่ ให้มีมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาด (ในส่วนของเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด)

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตามข้อสั่งการ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่เน้นย้ำกำชับให้กวดขันเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมือง โดยก่อนหน้านี้บริเวณสามจังหวัดชายแดน เป็นช่องทางที่คนไทยที่ทำงานในประเทศมาเลเซียลักลอบหนีกลับเข้าประเทศโดยไม่ผ่านช่องทางปกติ เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะเพื่อนบ้านเรามีสถิติติดเชื้อค่อนข้างสูง ซึ่งจากการประชุมและตรวจสอบร่วมกับ พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ผบก.ภ.จว.ยะลา ทราบว่าสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองลดน้อยลงเพราะตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะด้านพรมแดนเปิดให้คนไทยข้ามแดนได้ 3 วัน/สัปดาห์