การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโควิด-19 ได้กำหนดมาตรการเข้มข้นการยกระดับในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 64

ตามที่มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในวันนี้ (9 ก.ค. 2564) ได้กำหนดมาตรการเข้มข้นยกระดับในการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ให้หน่วยงานความมั่นคงตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และชุดลาดตระเวน ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2564

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ด้านความมั่นคง) เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับนโยบายของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดยในวันที่ 9 ก.ค. 2564 เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. ชั้น 20 อาการ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ เป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปม.ตร.) ผ่านระบบวิดีโอทางไกล (Video Conference) โดยมีผู้แทนจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมฯ

การประชุมฯ ดังกล่าว เป็นการเตรียมความพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยให้หน่วยประสานงานหารือผู้ว่าราชการจังหวัด เรื่องการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และหารือจังหวัดข้างเดียง เพื่อไม่ให้เกิดความช้ำช่อนในการตั้งจุดตรวจ และการบูรณาการการข่าวระหว่างพื้นที่ และพร้อมปฏิบัติในวันที่ 12 ก.ค. 2564 ซึ่งเป็นวันที่มีผลบังคับใช้ตามประกาศ ศบก.ต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ไปยังพี่น้องประชาชน เพื่อให้ปฏิบัติตนตามประกาศของ ศบค.ดังกล่าว และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ เพื่อประเทศชาติจะได้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การเตรียมความพร้อมในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ให้หน่วยมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ และเครื่องมือต่างๆ ให้เพียงพอ และให้ผู้บังคับบัญชาลงไปควบคุมดูแลการปฏิบัติงาน ของผู้ใต้ยังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด พร้อมสำรวจ และเตรียมอุปกรณ์ป้องกันการรับเชื้อให้แก่กำลังพล เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้เป็นผู้รับเชื้อ และเป็นผู้แพร่เชื้อ โดยให้ปฏิบัติตนตามมาตรการทางสาธารณสุข (D-H-M-T-T-A) อย่างเคร่งครัด และให้รักษาระเบียบวินัยในการปฏิบัติหน้าที่ วางตนให้เหมาะสม เป็นที่พึ่งของประชาชน