ตร.เตือนกลั่นแกล้ง ให้ร้ายทางไซเบอร์ มีความทางผิดกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการระรานทางไซเบอร์ หรือ Cyberbullying ว่า
ในปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ได้ง่าย และเข้ามาส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้ว โดยสื่อสังคมออนไลน์นี้ก็ให้อิสระกับผู้ใช้ในการแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องราวต่างๆ หากใช้อย่างถูกต้องก็จะก่อให้เกิดประโยชน์มากมาย แต่หากใช้ในทางไม่ถูกต้องก็จะก่อให้เกิดผลเสียตามมามากเช่นกัน

ซึ่งการกระทำรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นมากในปัจจุบันคือ การระรานทางไซเบอร์ หรือ Cyberbullying หมายถึง การกลั่นแกล้ง การให้ร้าย การด่าว่า การข่มเหง หรือการรังแกผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่ผ่านมาก็มีการฟ้องร้องทั้งทางอาญาและทางแพ่งจากการกระทำลักษณะดังกล่าวไปแล้วหลายคดี อีกทั้งยังส่งผลให้ผู้ที่ถูกกระทำเกิดบาดแผลในจิตใจ หรือเกิดอาการซึมเศร้าได้ ในบางรายอาจส่งผลกระทบรุนแรงถึงขั้นฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งอยู่ในห้วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การกระทำลักษณะดังกล่าวก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำจิตใจของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ย่ำแย่ลงไปอีก

โดยการระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) นั้น เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากประชาชนทั่วไปสามารถเห็นหรือเข้าถึงข้อความดังกล่าวได้จะเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นเป็นความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายจะต้องมาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด ส่วนการดำเนินคดีทางแพ่ง ผู้เสียหายจะต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลด้วยตนเองต่อไป

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เล็งเห็นความสำคัญและรับรู้ถึงพิษภัยของการระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) จึงได้มอบนโยบายไปยัง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย คอยสอดส่อง ป้องกันและปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดบนโลกออนไลน์ในทุกรูปเเบบอย่างจริงจัง

พร้อมฝากแนวทางการป้องกันการระรานทางไซเบอร์(Cyberbullying) ว่าอย่าไว้ใจคนแปลกหน้า โดยเฉพาะในโลกออนไลน์, เก็บข้อมูลส่วนตัวของตัวเองให้ดี โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้า ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์, ผู้ปกครองต้องคอยสอดส่องพฤติกรรม ให้คำแนะนำในการใช้สื่อออนไลน์แก่บุตรหลาน นอกจากนี้ขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงพี่น้องประชาชนทุกคนให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีสติ และใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่สร้างสรรค์ เมื่อพบเห็นการ Cyberbullying ก็อย่าแชร์ต่อ อย่าเข้าไปแสดงความคิดเห็น และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ว่าจะทางใด เพื่อให้ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันปัญหาและทำให้สังคมออนไลน์เป็นสังคมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดต่างๆ สามารถแจ้งไปยังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเลข 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่งโมง