ผบช.สตม. สวมชุด PPE ตรวจเยี่ยมการดูแลรักษาผู้ต้องกักที่ติดเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเอง ที่โรงพยาบาลสนามชั่วคราว

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. สวมชุด PPE ตรวจเยี่ยมการดูแลรักษาผู้ต้องกักที่ติดเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเอง โดยผู้ต้องกัก 34 คนที่ติดเชื้อโควิด-19 ทางตรวจคนเข้าเมืองกาญจนบุรีได้แยกตัวมารักษาที่โรงพยาบาลสนามชั่วคราว โดยมีสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี และแพทย์จากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ให้การดูแลรักษาจนกว่าจะหายดี

พล.ต.ท.สมพงษ์ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เดินทางลงพื้นที่เพื่อวางมาตรการในการยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งได้ประชุมร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด และสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อวางมาตรการร่วมกัน โดยที่ตม.จว.กาญจบุรีพบผู้ต้องกักติดเชื้อ 34 คน ซึ่งถูกแยกตัวจากผู้ต้องกักคนอื่น ๆ ที่มีอยู่รวมกว่า 300 คน โดยผู้ติดเชื้อได้รับการดูแลอยู่ที่โรงพยาบาลสนามชั่วคราว ซึ่งทางสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมแพทย์จากโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนาให้การดูแลรักษา จนขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

พล.ต.ท.สมพงษ์ พร้อมคณะได้สวมชุด PPE ป้องกันเชื้อ ก่อนเดินทางเข้าไปตรวจการดูแลผู้ต้องกักที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่รักษาตัวในโรงพยาบาลสนามชั่วคราว ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ที่เคยเป็นสถานที่ต้องกักแรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย โดยก่อนเข้าและออกจากโรงพยาลสนามชั่วคราว พล.ต.ท.สมพงษ์และคณะทุกคนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขทุกขั้นตอนเพื่อความปลอดภัย

ก่อนหน้าที่จะไปยังโรงพยาบาลสนามชั่วคราว พล.ต.ท.สมพงษ์ พร้อมคณะได้ไปที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมตรวจเยี่ยม ตม.จว.กาญจนบุรี บก.ตม.3 โดยมี พล ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.หฤษฎ์ เอกอุรุ รอง ผบก.ตม.3 รรท.ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี บก.ตม.3 ให้การต้อนรับ

และยังเดินทางไปยังตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดกาญจนบุรี (ตม.จว.กาญจบุรี) บริเวณถนนแม่น้ำแม่กลอง พล.ต.ท.สมพงษ์ เพื่อมอบสิ่งของแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ

ต่อมาพล.ต.ท.สมพงษ์ พร้อมคณะ ยังเดินทางไปยังห้องประชุมศูนย์ ศปก. โดยมี นายชำนาญ ชื่นตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พล ต.ต.วรณัน พ.ต.อ.หฤษฎ์ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมประชุมเพื่อวางแนวทางการปฏิบัติงาน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน