ตำรวจไซเบอร์บุกทลายโกดัง ขายปืนออนไลน์ 5 จุด พบอาวุธปืนเถื่อนกว่า 1,773 กระบอก เครื่องกระสุนปืนกว่า 977,510 นัด มูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน ผบก.ตอท. และคณะ แถลงผลการจับกุม ผู้ต้องหา ลักลอบจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนออนไลน์ โดยผิดกฎหมาย จากการตรวจค้นโกดังซุกซ่อนอาวุธปืนเถื่อน จำนวน 5 จุด ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น 3 จุด และ พื้นที่ จ.เชียงราย 2 จุด ดังนี้
1.บ้านทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งจัดทำเป็นโกดังเก็บของ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 1,114 กระบอก , อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 30 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 400,000 นัด
2.บ้านทาวเฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งจัดทำเป็นโกดังเก็บของ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 258 กระบอก , อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 84 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 320,010 นัด
3.บ้านพักแห่งหนึ่ง หนองไผ่ ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 42 กระบอก , อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 8 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 200,000 นัด
4.บ้านพักแห่งหนึ่งซึ่งมีการต่อเติมให้เป็นโกดังเก็บของ ม.5 ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน ๑๗๓ กระบอก , อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 51 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 54,000 นัด
5.ร้านจำหน่ายอุปกรณ์บีบีกัน ถ.ราชโยธา ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 13 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 3,500 นัด
รวมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนทั้งหมด
1.อาวุธปืนยาวไม่มีเครื่องหมายทะเบียน จำนวน 1,600 กระบอก
2.อาวุธปืนสั้นไม่มีเครื่องหมายทะเบียน จำนวน 173 กระบอก
3.กระสุนปืนตะกั่ว จำนวน 977,510 นัด
พบผู้ต้องหาจำนวน 3 ราย ดังนี้
1.นาย ดนุนัย อายุ 38 ปี ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น
2.นาย สรวีย์ อายุ 43 ปี ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย
3.นาง กุลธิรัตน์ อายุ 43 ปี ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย

โดยผู้ต้องหาในคดีนี้ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่า “มีและจำหน่าย ซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4,000-40,000 บาท, จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนแก่ผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อหรือมีและใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 1,000-20,000 บาท, ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่านำเข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากร” ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ”

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาโดยทำการค้าขายอาวุธปืนเถื่อนทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยผู้ต้องหารายที่ 1 ในจุดตรวจค้นพื้นที่ จ.ขอนแก่น พบว่าได้ทำการค้าขาย มากว่า 5 ปี มีลูกค้ามากกว่า 50,000 คน รายได้เฉลี่ย 300,000 บาทต่อเดือน ส่วน ผู้ต้องหารายที่ 2-3 ในจุดตรวจค้นพื้นที่ จ.เชียงราย พบว่าได้ทำการค้าขายมากกว่า 4 ปี มีลูกค้า มากกว่า 20,000 คน รายได้เฉลี่ย 100,000 บาทต่อเดือน โดยผู้ถูกจับที่ 1 ได้สั่งซื้ออาวุธปืนมาจาก ผู้ค้าในพื้นที่ กทม. และพื้นที่ภาคใต้ โดยปืนดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยไม่ผ่านวิธีการทางศุลกากร ผ่านทางช่องขนส่งทางเรือ อุปกรณ์ส่วนควบ และกระสุนปืนนั้น จะสั่งซื้อมาจากร้านค้าในเขตพื้นที่กทม. เมื่อได้รับของมาแล้วจะนำมาซุกซ่อนไว้ตามสถานที่ที่ถูกตรวจค้นข้างต้น ส่วนผู้ถูกจับรายที่ 2-3 ได้สั่งซื้ออาวุธปืนมาจาก ผู้ถูกจับที่ 1 จากนั้นจะนำมาซุกซ่อนไว้ตามสถานที่ที่ถูกตรวจค้นข้างต้น เพื่อรอจำหน่ายให้กับลูกค้าต่อไป

จากสถิติคดีอาชญากรรม พบว่า มีคดีประเภทความผิดที่มีความเกี่ยวข้องกับอาวุธ ปืน 20,000-30,000 คดีต่อปี โดยอาวุธปืนที่ถูกนํามาใช้ในการก่อเหตุนั้นมีหลากหลายชนิด ซึ่ง 70-80% เป็นอาวุธปืนชนิดประกอบขึ้นเอง ซึ่งถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะราคาไม่แพงสามารถเข้าถึงได้ง่ายตามอินเตอร์เน็ต ซึ่งความร้ายแรงของอาวุธปืนประเภทนี้ สามารถใช้ยิงทําอันตรายได้ถึงชีวิต