เตือนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม ที่ถูกส่งต่อกันว่า ข้าราชการบำนาญอายุ 60-65 ปี สามารถสมัครมาตรา 40 เพื่อขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ แชร์ หรือ ส่งต่อ ข้อมูลดังกล่าว

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจพบข่าวปลอมเพิ่มเติม 1 กรณีคือ ข้าราชการบำนาญอายุ 60-65 ปี สามารถสมัครมาตรา 40 เพื่อขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ก่อนวันที่ 24 ส.ค. 64 นั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน แล้ว ยืนยันว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ

เนื่องจากสำนักงานประกันสังคมได้จัดทำรายละเอียดโครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ซึ่งผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ที่เป็นข้าราชการหรือผู้รับบำนาญของกรมบัญชีกลาง ไม่สามารถรับเงินเยียวยาดังกล่าวได้

โดย ทีมข่าว Police Online ตรวจสอบข้อมูลเงื่อนไขผู้ประกันตนที่จะได้รับเงินเยียวยาในกรณีดังกล่าว ระบุไว้ว่า

“สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 คือ บุคคลทั่วไป แรงงานอิสระ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 โดยสมัครขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองจากประกันสังคม จะได้เงินเยียวยาจำนวน 5,000 บาท จำนวน 1 เดือน”

“สำหรับคุณสมบัติผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 ที่จะได้รับเงินเยียวยา จะต้องมีสัญชาติไทย ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องไม่เป็นข้าราชการ หรือผู้รับบำนาญของกรมบัญชีกลาง โดยสถานะเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ในฐานทะเบียนประกันสังคมที่มีสถานะ A (Active) ณ วันที่ 31 ก.ค. 2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด) หรือ ณ วันที่ 3 ส.ค.2564 (พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 16 จังหวัด)”

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน
ช่องทาง ดังนี้
เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com
เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER
ทวิตเตอร์ @AFNCThailand
ไลน์ @antifakenewscenter
ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87
และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”