ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ยึดอุดมคติตำรวจ เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่ตอบโต้ขณะถูกด่าด้วยคำหยาบ ขณะไปตักเตือนเรื่องการล้อมวงดื่มสุรา โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ใกล้กับลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์”

การยึดอุดมคติตำรวจ เป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ ด.ต.มงคล เสมอเชื้อ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงใหม่ ไม่ตอบโต้ที่ถูกชายวัย 35 ปี ด่าทอด้วยคำหยาบ เมื่อดาบตำรวจมงคลพบเห็นชายวัย 35 ปี กำลังล้อมวงดื่มสุรา เปิดวิทยุเสียงดัง อยู่กับเพื่อนชาย และหญิง รวม 7 คน โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ใกล้กับลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 จึงได้ตักเตือน ขอให้เลิก และแยกย้าย และต่อมาก็มีเหตุการณ์ปรากฏตามคลิปที่ถูกส่งต่อกันในโลกโซเชียล

ด.ต.มงคล เสมอเชื้อ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงใหม่เล่าให้ทีมข่าว Police Online ฟังว่า ปกติเมื่อปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ ก็จะไปที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 เวลาประมาณ 0.30 น. ไปพบกลุ่มชายและหญิง 6-7 คน นั่งดื่มสุรากัน ด.ต.มงคล กับ ด.ต.พันธ์ศักดิ์ บุญโต ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.เมืองเชียงใหม่ คู่ตรวจ ก็เข้าไปตักเตือนว่าให้เลิกปฏิบัติเสีย เพราะรบกวนชาวบ้าน และอยู่ระหว่างควบคุมโรค รวมทั้งไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยกันด้วย ทำให้ชายวัย 35 ปี ไม่พอใจและต่อว่าด้วยคำหยาบ

ต่อมาจึงวิทยุแจ้ง โดยร.ต.อ.นพ พึ่งศรี รองสารวัตรปราบปราม สภ.เมืองเชียงใหม่ได้มาสมทบ และเชิญตัวชายวัย 35 ปี ไปโรงพัก

ซึ่งร.ต.อ.นพ พึ่งศรี บอกกับทีมข่าว Police Online ว่า ระหว่างเชิญตัวไปโรงพักก็ใช้คำที่สุภาพ “เราก็เชิญเขาว่า ตอนนี้น้องได้ใช้ถ้อยคำ ที่จะเป็นการดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ในขณะปฏิบัติหน้าที่นะครับ น้องถูกจับนะครับ ก็ขอเชิญตัวน้องไปโรงพักนะครับ น้องก็มีสิทธิ์ที่จะพบทนาย มีสิทธิ์ที่จะประกันตัว”

มีผู้แสดงความเห็นในโลกโซเชียล ชื่นชมตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ที่มีความอดทน อดกลั้น ซึ่งร.ต.อ.นพ พึ่งศรี บอกว่า “ก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางท่านก็อาจจะมีอคติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ว่าก็เป็นเรื่องส่วนบุคคลนะครับ ใครทำผิดก็ว่าไปตามนั้นนะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดี ๆ ก็มีอีกเยอะนะครับ เราก็จะได้ตั้งใจทำงานปฏิบัติหน้าที่เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข”

พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้แจ้งข้อหาชายวัย 35 ปีว่า “ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่” โดยชายวัย 35 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และต่อมาได้รับการประกันตัวในชั้นศาลแล้ว เมื่อตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้ เคยถูกดำเนินคดีในข้อหา “ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน” ใน 2 คดี รวมทั้งยังมีอีกคดี ตามข้อกล่าวหา “ทำให้เสียทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณะประโยชน์” ด้วย

อุดมคติตำรวจ

เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่

กรุณาปรานีต่อประชาชน

อดทนต่อความเจ็บใจ

ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก

ไม่มักมากในลาภผล

มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน

ดำรงตนในยุติธรรม

กระทำการด้วยปัญญา

รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต