“6 วันกับการฝึก เพื่อภารกิจช่วยชีวิต” ในโครงการฝึกอบรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำประจำปี 2564 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กองร้อยฝึกอาวุธยุทธวิธี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

จากแนวนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ที่มุ่งหวังให้ข้าราชการตำรวจ ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ มียุทธวิธี มีแผนเผชิญเหตุ  แต่เมื่อภารกิจของตำรวจในยุคนี้ ไม่ได้มีเพียงการจับโจรผู้ร้าย นอกเหนือจากเป็นผู้รักษากฎหมายแล้ว ยังต้องดูแลประชาชนในทุกรูปแบบ

จึงนำมาสู่การฝึกอบรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ซึ่งมุ่งหวังที่จะทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ข้าราชการตำรวจที่เข้ารับการฝึก ก็จะมีความรู้และความเข้าใจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ และมีความพร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจ ส่งผลดีต่อการปฏิบัติงาน

พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์  ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.ภ.2 กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกว่า  “หลักสูตรนี้ เป็นหลักสูตรที่มีความสำคัญ อีกหลักสูตรหนึ่ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งใจจะทำขึ้น เพื่อต้องการให้ข้าราชการตำรวจมีทักษะในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เมื่อประสบเหตุทางน้ำ จึงขอให้ทุกคนตั้งใจ ฝึกฝน อบรม ใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีคุณค่า”

และทุกนาทียังมีค่า ในการช่วยชีวิต ช่วยเร็ว โอกาสรอดก็สูงขึ้น การฝึกทักษะ และความชำนาญจึงจำเป็น

พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ วงศ์สวัสดิ์ สว.กก.2 บก.รน.ครูฝึกบอกว่า ทักษะที่ตำรวจผู้เข้ารับการฝึกอบรม ที่ทำหน้าที่ตามแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำได้รับ จะส่งผลให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ได้รวดเร็วขึ้น “ข้าราชการตำรวจ หรือ ตำรวจน้ำ ตำรวจท่องเที่ยว ไปออกหน่วยบริการประชาชน ตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างเช่น ชายหาดพัทยา บางแสน เกาะสมุย ภูเก็ต ก็จะไปตั้งศูนย์อยู่ จะมีทุ่นลอยน้ำเตรียมพร้อม ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์นักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำบริเวณชายหาดประสบอุบัติเหตุ ก็สามารถใช้ทุ่นบังคับไปช่วยได้ ภายในระยะเวลา ไม่กี่วินาที”

ตำรวจผู้เข้ารับการฝึก การลอยตัว การว่ายน้ำท่าต่าง ๆ การแก้ไขการกอดรัดจากผู้ประสบภัย ในสระว่ายน้ำ

มีทะเลเปิด ที่ชะอำ เป็นห้องเรียน ในการค้นหาผู้ประสบภัยทางน้ำแบบฉุกเฉิน การใช้เรือยางขนาดเล็ก และการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำด้วยเรือยาง

ร.ต.อ.ณรงค์ พิมพิชัย รอง สว.สส.สภ.บ้านกร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ผู้เข้ารับการฝึก ที่มาจากอำเภอแกลง จังหวัดระยอง หนึ่งในพื้นที่ที่อยู่ติดทะเล บอกว่าทักษะที่ได้รับจากฝึก เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ “เพราะอุบัติเหตุทางน้ำสามารถเกิดได้ทุกขณะ ถ้าเรามีความรู้ ทักษะด้านยุทธวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเบื้องต้น ก็จะสามารถที่จะตัดสินใจที่จะช่วยเหลือ หรือแจ้งให้คนมาช่วย หรือโทรหา 1669  แต่หากมีอุปกรณ์ ก็ตัดสินใจช่วย ตามยุทธวิธีที่เราฝึกมา”

การฝึกที่ใช้เวลา 6 วัน กับทักษะ ที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต ซึ่งในวันหน้า จะมีโอกาส ช่วยให้มีผู้รอด ได้อีกหลายชีวิต

โครงการฝึกอบรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำประจำปี 2564 โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดขึ้น 2 รุ่น มีข้าราชการตำรวจเข้ารับการฝึกรวม 80 นาย

รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 23- 27 สิงหาคม 2564  มีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 2, 7 และตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว 40 นาย เข้ารับการฝึก

รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม -3 กันยายน 2564  มีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8, 9 และตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว 40 นาย เข้ารับการฝึก

ผู้เข้ารับการฝึกอบรม จะได้รับใบรับรองผู้ผ่านหลักสูตรการปฐมพยาบาลฉุกเฉินและการกู้ชีพขั้นพื้นฐาน ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และประกาศนียบัตรผู้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ของกองบังคับการตำรวจน้ำ

การฝึกครั้งนี้  ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  โดยผู้เข้ารับการฝึก และครูฝึกทุกนายได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว 2 เข็ม ก่อนฝึกยังผ่านการตรวจหาเชื้อแบบ Rapid Antigen Test  รวมทั้งตลอดช่วงเวลาของการฝึก ยังจัดการให้สถานที่เป็นพื้นที่ปิด ห้ามผู้เข้ารับการฝึกออกจากพื้นที่ฝึก และไม่ให้ผู้ใดเข้าเยี่ยม  รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด