รองโฆษก ตร.ยืนยันกรณี การโพสต์ตำรวจสั่งสื่อปิดกล้องไลฟ์ล้อมและค้นหน่วยแพทย์อาสา จับกุมแล้วไม่ต่ำกว่า 40 คน เป็นข่าวปลอม

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) ได้ตรวจสอบพบข้อมูลข่าวปลอม 1 กรณี คือ ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี “เยาวชนปลดแอก - Free YOUTH” มีการโพสต์ข้อความว่า “รัฐไทยกำลังทำระยำกับมวลชนที่ดินแดง สถานการณ์ยังคงตึงเครียด โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด! #ม็อบ11กันยา” พร้อมกับรูปภาพที่แสดงข้อความว่า “ ด่วนตำรวจสั่งสื่อปิดกล้องไลฟ์ล้อมและค้นหน่วยแพทย์อาสา วันนี้จับกุมแล้วไม่ต่ำกว่า 40 คน ขณะนี้สถาณการณ์ยังตึงเครียด มึงคิดจะทำอะไรกับประชาชน”

ซึ่งกรณีดังกล่าวจากการตรวจสอบกับ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ

กรณีเจ้าหน้าที่ปิดกล้องไลฟ์ จากการตรวจสอบ เพจ Facebook “Nation Online” (https://www.facebook.com/NationOnline/videos/1492848121087086 ) ในช่วงเวลาการถ่ายทอดสด ที่ 02.40.00 เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ได้ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนบริเวณดังกล่าวขอให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เพื่อทำการตรวจสอบสื่อมวลชนปลอมที่แฝงตัวมาอยู่ในกลุ่มสื่อมวลชน ซึ่งขณะตรวจสอบสื่อมวลชนช่องต่างๆ นั้น พบข้อมูลการถ่ายทอดสดจากกล้องของช่อง Nation Online ยังใช้งานได้ปกติ เจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการบังคับให้ปิดกล้องหรืออุปกรณ์สื่อสารแต่อย่างใด หลังจากตรวจสอบบัตรประจำตัวของสื่อมวลชนเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้สื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ กรณีเจ้าหน้าที่ล้อมและค้นหน่วยแพทย์อาสา จากการตรวจสอบวิดีโอสื่อเดียวกันในช่วงเวลาการถ่ายทอดสดที่ 03.20.00 ได้มีการล้อมหน่วยแพทย์อาสา เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้หลบหนีไปซ่อนตัวด้านหลังบริเวณหน่วยแพทย์อาสา เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญบุคคลที่อยู่ในบริเวณหน่วยแพทย์อาสาและสื่อมวลชนที่เหลือไปตรวจสอบ บัตรประจำตัวที่กรมดุริยางค์ทหารบก เพื่อเป็นการแยกเจ้าหน้าที่ออกจากผู้ชุมนุม จากการตรวจสอบตามข่าวที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้สื่อมวลชนปิดกล้องไลฟ์ เพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด

ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อ ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ อีกทั้งขอให้ใช้ความระมัดระวังพิจารณาและตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ สามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อมูลการกระทำผิดผ่านสายด่วน ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมและความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ANSCOP) หมายเลข 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง