12 วิธีป้องกัน Hacking และ Ransomware รวมทั้ง Malware

12 วิธีป้องกัน Hacking และ Ransomware รวมทั้ง Malware

  1. ไม่ใช้ระบบปฏิบัติการ หรือ ซอฟต์แวร์ ละเมิดลิขสิทธิ์ (Crack)
    เพราะมักแฝงช่องโหว่ มี Malware มาในโปรแกรมด้วย
  2. อัปเดตระบบปฏิบัติการ และ ซอฟต์แวร์ ที่ใช้งานสม่ำเสมอ
    เพราะเมื่อพบช่องโหว่ นักพัฒนาจะออกอัปเดต เพื่อป้องกันช่องโหว่
  3. อัปเดตระบบป้องกันไวรัสสม่ำเสมอ
    เพราะผู้พัฒนาโปรแกรมป้องกันไวรัส จะอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับ Malware ที่เป็นอันตรายอยู่ตลอดเวลา
  4. เปลี่ยนรหัสผ่านของ Access Points และอุปกรณ์เครือข่าย ก่อนใช้งาน
    เพราะผู้ผลิตมักจะใช้รหัสผ่านเดียวกัน (Username: Admin/Password: 12345) ทำให้ผู้ไม่หวังดี คาดเดารหัสผ่านได้
  5. จำกัดการเข้าถึงเครือข่ายในองค์กรให้มีความรัดกุม
    โดยเฉพาะการนำอุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงานมาเชื่อมต่อกับเครือข่าย
  6. ออกแบบระบบเครือข่ายให้แยกส่วนจากกัน
    เพราะ Ransomware มักมีจุดหมายในการโจมตีเป็นวงกว้าง กระจายตัวยังคอมพิวเตอร์อื่นผ่านระบบเครือข่าย จึงควรจำกัดการเชื่อมต่อให้แยกส่วนจากกัน ให้มากที่สุด
  7. หมั่นตรวจสอบและบันทึกข้อมูลการจราจรคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่าย
    เพื่อนำมาวิเคราะห์ความผิดปกติ ป้องกันก่อนเกิดภัยคุกคาม และเป็นหลักฐานหาตัวผู้โจมตี
  8. แบ่งความสำคัญข้อมูลในระบบ และสำรองข้อมูลสม่ำเสมอ
    แยกเก็บข้อมูลสำคัญ กำหนดสิทธิ์การเข้าถึง ป้องกันการถูกแฮก
  9. มีระบบตรวจสอบ และ ป้องกัน จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
    ป้องกันคนในองค์กรกดลิงก์ หลอกให้ดาวน์โหลด Malware
  10. อบรมพนักงานสังเกตอีเมล และลิงก์ ที่น่าสงสัย
    ระมัดระวังการกดลิงก์ และ ดาวน์โหลดไฟล์ที่แนบมากับอีเมล
  11. วางแผนรับมือหากถูกโจมตีด้วย Ransomware
    โดยสำรองข้อมูลในระบบ เตรียมระบบสำรองกรณีฉุกเฉิน
  12. ตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนที่จะจ่ายค่าไถ่
    เพราะเสี่ยงที่จ่ายเงินค่าไถ่แล้ว ก็ยังไม่สามารถปลดล็อกข้อมูลที่ถูกคนร้ายเข้ารหัสได้
    และถ้าจ่ายค่าไถ่ผ่านสกุลเงินดิจิทัล ยังมีปัญหาในการติดตามเส้นทางการเงิน เสี่ยงสูญเงินเปล่า

หากถูกโจมตีด้วย Ransomware หรือถูก Hacking ข้อมูล
แจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง