สตม.จับผู้ต้องหาปลอมเป็นแอดมินเพจ “djpoom” หลอกเหยื่อโอนเงินรับบริจาคช่วยโควิด ที่ได้จากการไลฟ์สดขายสินค้า ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.สตม. และพ.ต.อ.ณภัทรพงศ สุภาพร ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. ร่วมกันแถลงจับกุม นายอดิศร อายุ 29 ปี ตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหา “ฉ้อโกง,ลักทรัพย์และเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่นซึ่งมีมาตรการในการป้องกันโดยมิชอบ ”

สืบเนื่องจาก กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย เจ้าหน้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ว่าได้มีคนร้ายเข้ามาทำการแฝงตัวเป็นแอดมินเพจ “djpoom” และทำการหลอกงผู้เสียหายให้โอนเงินที่ทางเพจต้องการนำไปบริจาคไป และมีคนร้ายได้ปลอมเป็นเพจในเฟซบุ๊กที่ทำการไลฟ์สด ขายสินค้า จากนั้นจะทำการหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายและทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปเข้าบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์และโอนต่อไปยังบัญชีที่คนร้ายต้องการจนมีผู้เสียหายหลายราย

ต่อมาทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า คนร้ายในคดีนี้คือ นายอดิศร จึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและทำการออกหมายจับ ก่อนสืบสวนจนทราบว่า นายอดิศร ได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านพักใน จ.นนทบุรี จึงได้ทำการขอหมายค้นและเข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงพระนครเหนือ โดยจากการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ สามารถตรวจยึดคอมพิวเตอร์และสมุดบัญชีหลายรายการ ที่ผู้ต้องหานำมาใช้ในการกระทำความผิด

ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ทำการสร้างเพจเฟซบุ๊ก “รับซื้อบัญชีธนาคาร – บัญชี wallet ในราคาสูง” ต่อมาได้มีนายวิรุณ ได้ติดต่อเข้ามายังเพจ และทำการขายบัญชีธนาคารจำนวน 2 บัญชี คือ บัญชีธนาคารกรุงไทยและบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมทั้งได้ขายบัญชี กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 2 บัญชี ในราคา 7,000 บาท ซึ่งหลังจากที่นายอดิศร ได้บัญชีมาแล้วก็ได้เข้าไปแฝงตัวปลอมเป็นแอดมินของเพจ “djpoom” ที่กำลังไลฟ์สดในการหาเงินมาร่วมบริจาคช่วยในสถานการณ์โควิด–19 และทำการส่งเลขที่บัญชีที่ซื้อมาจากนายวิรุณ ไปยังผู้เสียหาย และให้ผู้เสียหายทำการโอนเงินมาให้

อีกทั้งนายอดิศร ยังมีพฤติการณ์ในการปลอมเพจเฟซบุ๊ก ที่กำลังไลฟ์สดขายสินค้า และจากนั้นจะทักไปหาผู้เสียหายทางข้อความ และจะหลอกผู้เสียหายโอนเงินมาให้โดยอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม รวมทั้งหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลธนาคารจากผู้เสียหายและทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไป ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลพบว่ามีผู้เสียหายร่วม 100 ราย ความเสียหายไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งนายอดิศร ยอมรับว่าได้ทำมาแล้วหลายครั้งและจากการตรวจสอบพบว่าเคยเป็นผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับในคดีฉ้อโกงมาก่อน