ผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ 4 คดี ยึดยาบ้าเกือบ 7,500,000 เม็ด กัญชา 1,481 กิโลกรัม และฝิ่นสุก 3 กิโลกรัม

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติด รวมของกลาง ยาบ้าเกือบ 7,500,000 เม็ด และกัญชา 1,481 กิโลกรัม และฝิ่นสุก 3 กิโลกรัม จาก 4 คดีใหญ่ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันปราบปราม

คดีแรก เป็นการจับกุมนายเจด็จ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางกัญชาอัดแท่ง 620 กิโลกรัม และรถกระบะ 1 คัน ขณะลักลอบขนกัญชาบนถนนบ้านม่วง-สว่างแดนดิน ต.สว่างแดนดิน อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร หลังจากสืบทราบว่าจะมีการขนยาเสพติดบนเส้นทางดังกล่าว จนกระทั่งพบรถเป้าหมาย จึงขอเข้าตรวจค้นพบกัญชาของกลางวางเรียงซ้อนกันอยู่ท้ายรถกระบะ โดยกัญชาล็อตดังกล่าวได้นำมาจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนใน ซึ่งอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล ถึงผู้ร่วมขบวนการ

คดีที่สอง ตำรวจจับกุมนางกลิ่นนภา อายุ 45 ปี พร้อมของกลางกัญชา 861 กิโลกรัม ฝิ่นสุก 3 กิโลกรัม และรถกระบะ 2 คัน โดยจับกุมได้ที่ริมถนนพระยาพายัพพิริยะกิจ ต.ตลาด อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงเฝ้าติดตามดูพฤติกรรมของกลุ่มดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และวางแผนจับกุม โดยพบรถกระบะ 3 คัน ขับตามกันมา ซึ่งเป็นรถคุ้มกันและรถขนยาเสพติด ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ต่อเนื่อง จ.สมุทรปราการ แต่คนร้ายไหวตัวทันทิ้งรถขนยาเสพติดไว้ริมถนนแล้วหลบหนีไป ซึ่งต่อมาได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหามาได้ 1 คน อยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้อง

คดีที่สาม จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 5 ล้านเม็ด รถกระบะ 2 คัน และอาวุธปืน 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน โดยจับกุมได้ที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่ามีกลุ่มเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน จ.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ มีการใช้รถคุ้มกัน และอาวุธครบมือ เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุมก็มีการยิงต่อสู้เพื่อเปิดทางขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับตามไล่ล่า จนรถคนร้ายเสียหลักตกลงข้างทาง ก่อนจะจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คนและวิสามัญฆาตกรรมคนร้าย 1 คน เนื่องจากยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ และสามารถหลบหนีไปได้อยู่ระหว่างติดตามตัว 2 ราย

คดีสุดท้าย จับกุมนายวิเชียร อายุ 28 ปี นายก้องเกียรติ อายุ 40 ปี และเยาวชนอายุ 17 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2,494,000 เม็ด และรถยนต์ 2 คัน โดยจับกุมได้ที่ในปั๊มน้ำมันในพื้นที่หมู่ 3 ถนนสายเอเชีย อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้าจะลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ จ.เชียงราย มาส่งมอบให้กับเครือข่ายใน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยผู้ต้องหามีความสัมพันธ์เป็นญาติกัน แบ่งหน้าที่กันขับรถสำรวจเส้นทาง และรถที่ใช้ขนยาเสพติด แต่ก็ไปไม่รอดถูกจับกุมได้ในที่สุด

พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. เปิดเผยว่า แม้จะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดก็ยังมีความพยายามที่จะขนส่งยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ลดลงไปจากเดิม ซึ่งการจับกุมทั้ง 4 คดีนี้ พบว่ากัญชาของกลางจะถูกจำหน่ายในประเทศ และส่งไปยังประเทศที่สาม ส่วนยาบ้าจะถูกส่งไปจำหน่ายในพื้นที่ชั้นใน และลงไปยังภาคใต้ ส่วนที่จับกุมได้จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง เพราะความต้องการของผู้เสพยังมีอยู่มาก และจากการเข้มงวดสืบสวนขยายผลเครือข่าย จึงทำให้ยึดของกลางได้ครั้งละเป็นจำนวนมาก