จับแล้ว แก๊งแม่ค้าออนไลน์ หลอกขายโทรศัพท์มือถือ เด็กชายวัย 14 ที่ต้องการซื้อเพื่อใช้เรียนออนไลน์ แต่ไม่ได้รับของ ทำให้เกิดความเครียดเส้นเลือดในสมองแตก เสียชีวิตในเวลาต่อมา

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาที่หลอกลวงจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ ไอโฟน 7 ในราคา 5,000 บาท ผ่านทางอินสตาแกรม จนทำให้เด็กนักเรียนชายชั้น ม.2 อายุ 14 ปี สั่งซื้อเพื่อหวังใช้เรียนออนไลน์ แต่เมื่อไม่ได้รับของ จึงทำให้เกิดความเครียดเส้นเลือดสมองแตก เสียชีวิตในเวลาต่อมา

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า หลังได้รับรายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้ตำรวจสังกัด บก.สอท.2 และ บก.สอท.4 เร่งสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว เนื่องจากเป็นการกระทำที่รับไม่ได้ และเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมประชาชนในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากนั้นได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาสองคน

ต่อมาวันที่ 23 กันยายน 2564 ตำรวจได้จับกุม นางสาวนฤมล อายุ 18 ปี ในความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน

และนางสาวสายน้ำผึ้ง อายุ 19 ปี ในความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่พี่น้องประชาชน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่ารับจ้างเปิดบัญชีโดยได้ค่าจ้าง 8,000 บาท  และได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากนั้นได้สืบสวนขยายผลกระทั่งพบข้อมูลของผู้ต้องหาคนสำคัญอีกคน ที่เชื่อว่ามีความเชื่อมโยงและอยู่เบื้องหลัง และยังคงหลบหนี

จึงเข้าตรวจค้นที่บ้านพักหลังหนึ่งซึ่งเป็นบ้านของแฟนหนุ่มของผู้ต้องหาคนดังกล่าว ย่านราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ในวันนี้ ( 24 กันยายน 2564) เวลาประมาณ 9 นาฬิกา

จากการตรวจค้นไม่พบตัวผู้ต้องหาแต่อย่างใด พบเพียงครอบครัวของแฟนซึ่งพักอาศัยอยู่ในบ้าน จึงยึดแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ตู้เซฟนิรภัย กระเป๋าแบรนด์เนม ซิมโทรศัพท์มือถือ และรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู ไว้เป็นของกลาง

นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมดำเนินคดีที่ สภ.คลองหลวง ในฐานข้อหาความผิดลักษณะเดียวกันนี้ ตามหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี ซึ่งพนักงานสอบสวนจะมีบันทึกไปยังเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ในการติดตามทรัพย์และยึดทรัพย์ตามกระบวนการต่อไป