ผบ.ตร.สั่งการ ให้กำชับการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด เพื่อคัดกรอง รวมถึงตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง ศบค. หลังมีมติขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จนถึง 30 พฤศจิกายน 2564

ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีความห่วงใยประชาชน จึงได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล และ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย จึงได้มีมติขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พฤศจิกายน 2564 และผ่อนคลายสำหรับกิจการ ตามมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลโดยมอบหมาย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงไปกำกับดูแลพร้อมกำชับการปฏิบัติของหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ โดยให้ประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานทหาร หน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนกำลัง เมื่อมีการร้องขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในทุกพื้นที่

รวมถึงการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดกับหน่วยร่วมปฏิบัติ เพื่อคัดกรองตามเงื่อนไขที่ ศบค. กำหนด ในเส้นทางเข้า-ออก ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และเส้นทางเข้า-ออก พื้นที่อื่น ๆ

รวมถึงตรวจสอบสถานประกอบการ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าต่าง ๆ ให้ปฏิบัติตามคำสั่ง ประกาศ ข้อกำหนดของ ศบค. และคำสั่งจังหวัดที่เกี่ยวข้อง พร้อมเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่ออีกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกำชับให้ทุกหน่วยในสังกัด ให้เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจตามนโยบายรัฐบาล และ ศบค. พร้อมออกตรวจสอบพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการปฏิบัติตาม ประกาศ ข้อกำหนด มาตรการ ของ ศบค. และคำสั่งจังหวัดที่เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังคงมาตรการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ออกตรวจสอบ สถานประกอบการ สถานบันเทิง ร้านอาหารที่ลักลอบจำหน่ายสุรา จุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 รวมถึงให้ผู้บังคับบัญชาในแต่ละพื้นที่คอยควบคุมกำกับการปฏิบัติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด หากมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2564 ทาง ศบค. ได้ประชุมโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีมติขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 30 พฤศจิกายน 2564 และผ่อนคลายมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป

โดยให้ลดระยะเวลาเคอร์ฟิว เป็นช่วง 22:00 – 04:00 น. ปรับลดระยะเวลาการกักตัวสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร สำหรับผู้ทีมีเอกสารการฉีดวัคซีน ให้กักตัว 7 วัน สำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารการฉีดวัคซีน ให้กักตัว 10-14 วัน

ส่วนห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงตลาดสด สามารถเปิดได้ถึงเวลา 21:00 น. สามารถเล่นดนตรีในร้านอาหารได้

รวมถึงอนุญาตให้เปิดกิจการเพิ่ม ได้แก่ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ร้านทำเล็บ ร้านสัก สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สถานที่เล่นกีฬาในร่ม และโรงภาพยนตร์ ภายใต้เงื่อนและมาตรการการควบคุมของ ศบค. โดยยังคงห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวมากกว่า 25 คน และยังคงแบ่งพื้นที่ตามระดับความเข้มงวดในการควบคุมการแพร่ระบาดเช่นเดิม โดยในส่วนของการแบ่งพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด และพื้นที่ควบคุม ยังคงแบ่งตามเดิม

นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง มายังหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชม.