พ.ต.อ.อิษฏ์ บุญญะฤทธิ์ ผกก.สภ.โนนไทย ช่วยพยุงหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือน เดินผ่านน้ำที่ไหลเชี่ยว รวมทั้งห่วงใยผู้สูงอายุที่ไม่ยอมอพยพจากบ้านที่ถูกน้ำท่วม

พ.ต.อ.อิษฏ์ บุญญะฤทธิ์ ผกก.สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา พร้อมตำรวจจิตอาสา สภ.โนนไทย เข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วม

โดยพ.ต.อ.อิษฏ์ เล่าให้ทีมข่าว Police Online ฟังว่า ขณะกำลังปฏิบัติภารกิจก็ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยว่ามีหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ประมาณ 7 เดือน ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ อบต.โนนไทย เพื่อไปรับวัคซีนป้องกันโควิด-19

พ.ต.อ.อิษฏ์ จึงขึ้นเรือไปยังจุดหมายทันที ไปถึงพบว่ามีน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตรและไหลเชี่ยว เมื่อพาหญิงตั้งครรภ์ขึ้นเรือ จึงกำชับให้บังคับเรืออย่างระมัดระวัง ไม่ให้เป็นอันตรายกับแม่และเด็กในครรภ์ เมื่อมาถึงจุดที่เรือไม่สามารถไปต่อได้ ต้องลงเดินลุยน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ระยะทางประมาณ 50 เมตร แต่ด้วยความที่น้ำไหลเชี่ยวรวมทั้งผิวถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ พ.ต.อ.อิษฏ์ จึงช่วยประคองหญิงตั้งครรภ์ มาส่งจนถึงรถที่อบต.โนนไทยที่ได้ประสานไว้ ส่วนการเดินทางกลับเข้าบ้านพักของหญิงตั้งครรภ์ พ.ต.อ.อิษฏ์ก็ได้ติดต่อเจ้าหน้าที่อาสาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยอำนวยความสะดวกไว้แล้ว

พ.ต.อ.อิษฏ์ เล่าถึงภารกิจแต่ละวันในการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยตอนเช้าจะไปสำรวจอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรเป็นอันดับแรก และรวบรวมข้อมูลเพื่อเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำ จากนั้นไปที่โรงครัวเพื่อช่วยจัดทำอาหาร แล้วลงพื้นที่น้ำท่วมเพื่อนำอาหารเข้าไปส่งมอบ และนำกำลังออกตรวจตราในเวลากลางคืน เฝ้าระวังไม่ให้โจรฉวยโอกาสก่อเหตุซ้ำเติมผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โดยในอำเภอโนนไทยมีพื้นที่ ต.โนนไทย ต.บัลลังก์ ต.กำปัง และ ต.ด่านจาก ที่ประชาชนเดือดร้อนจากน้ำท่วม จึงสั่งการให้นำกำลังตำรวจส่วนหนึ่งไปบรรจุทรายใส่กระสอบ เพื่อนำไปแจกชาวบ้าน

พ.ต.อ.อิษฏ์ บอกกับทีมข่าว Police Online บอกว่า ที่ห่วงใยที่สุดคือผู้สูงอายุที่ห่วงบ้าน ไม่ยอมอพยพออกจากบ้านแม้น้ำจะท่วม ซึ่งก็เหมือนกับคุณแม่ของพ.ต.อ.อิษฏ์ ที่ไม่ยอมจากบ้านไปไหน จึงคิดว่าตนก็เป็นเหมือนลูกหลานที่จะต้องดูแลผู้สูงอายุที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมทำหน้าที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ “เมื่อเขาทุกข์ ผมก็ทุกข์ ถ้าเขาคลายทุกข์ ผมก็หายห่วง” พ.ต.อ.อิษฏ์ กล่าว

ผู้กำกับการ สภ.โนนไทย ยังขอบคุณอาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมมือกันช่วยเหลือ เพราะลำพังตำรวจเพียงหน่วยเดียวอาจช่วยเหลือได้ไม่ทั่วถึง เพราะน้ำหลากครั้งนี้รุนแรงและมาเร็ว อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์น้ำที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรที่เริ่มดีขึ้น ทำให้คาดว่าอีกไม่นานระดับน้ำน่าจะลดลง จนสามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้