รองโฆษก ตร. ยืนยัน “ข่าวจริง” M-Flow ระบบจ่ายค่าผ่านทางรูปแบบใหม่ ขับผ่านไม่จ่ายเงินปรับ 10 เท่า

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันข่าวจริง กรณีมีการโพสต์และแชร์ข้อความในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่อง M-Flow ระบบจ่ายค่าผ่านทางรูปแบบใหม่ หากขับผ่านแล้วไม่จ่ายเงินปรับ 10 เท่า ซึ่งจากการตรวจสอบโดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พบว่าข้อมูลที่ปรากฏดังกล่าว เป็นข้อมูลจริง

M-Flow คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางรูปแบบใหม่ ด้วยระบบ AI เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ไม่ต้องทนติดหน้าด่าน เพราะใช้เทคโนโลยีแบบ Video Tolling ตรวจจับป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติ วิ่งผ่านได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถวจ่ายเงิน หรือ รอไม้กั้นเปิด และไม่ต้องชะลอความเร็ว สามารถขับขี่ผ่านบริเวณด่านฯ ได้ด้วยความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เกิน 120 กม./ชม. จึงทำให้ช่วยระบายรถได้ดีขึ้น 5 เท่า หรือประมาณ 2,000 – 2,500 คัน/ชม. ต่อช่องทาง และที่สำคัญไม่ต้องเตรียมเงิน วิ่งก่อน จ่ายทีหลัง เพียงสมัครใช้บริการและวิ่งผ่านด่าน ระบบจะบันทึกข้อมูลไว้

ซึ่งสามารถชำระเงินได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งแบบชำระเป็นรายครั้งที่วิ่งผ่านทาง (ภายใน 2 วัน) หรือชำระตามรอบบิล ตลอดจนสามารถเลือกรูปแบบชำระเงินแบบอัตโนมัติ หรือชำระด้วยตนเองผ่านหลากหลายช่องทาง

แต่ทั้งนี้สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากไม่ชำระเงินค่าผ่านทางภายในระยะเวลา 2 วันนับจากการใช้ทาง จะต้องชำระค่าผ่านทาง บวกกับค่าปรับ 10 เท่า ตาม พ.ร.บ.กำหนดค่าธรรมเนียมฯ รวมถึงส่งข้อมูลให้เจ้าพนักงานจราจรออกใบสั่งฐานความผิดฝ่าฝืนป้ายบังคับห้ามรถยนต์ที่ไม่ได้ลงทะเบียนใช้ช่องทางระบบ M-Flow ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาทด้วย

ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมทางหลวง สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.doh.go.th/ หรือโทร. 0 2206 3789

บทสรุปของเรื่องนี้คือ M-Flow ระบบจ่ายค่าผ่านทางรูปแบบใหม่ สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากไม่ชำระเงินค่าผ่านทางภายในระยะเวลา 2 วันนับจากการใช้ทาง จะต้องชำระค่าผ่านทาง บวกกับค่าปรับ 10 เท่า

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่านช่องทาง ได้แก่

เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com
เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER
ทวิตเตอร์ @AFNCThailand
ไลน์ @antifakenewscenter
ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87
และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ