ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงจับผู้ต้องหา ใน 2 คดี ทั้งคดีชิงรถจักรยานยนต์ ที่ จ.เชียงราย และคดีชิงทองรูปพรรณจากร้านทอง ที่จ.ลำพูน

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม แถลงผลการปฏิบัติ 2 คดี ทั้งการชิงรถจักรยานยนต์ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย กรณีก่อเหตุชิงทองรูปพรรณจากร้านทอง ในจ.ลำพูน

1.กรณีเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2564 เวลา 18:07 น.หน้าร้านขายของชำ ตรงข้ามโรงแรมแห่งหนึ่งบนถนนชุมชนดอยพระบาท ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย นายภาณุวัฒน์ ผู้เสียหายจอดรถจักรยานยนต์ ติดแผ่นป้ายทะเบียน จ.เชียงราย ไว้หน้าร้านขายของชำตรงข้ามโรงแรมดังกล่าว โดยได้เสียบกุญแจรถคาทิ้งไว้

จากนั้นมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน พฤติการณ์ขับขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้ลงมาจากรถพร้อมกับขับขี่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหลบหนีไป ส่วนคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายมานั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งผู้เสียหายได้วิ่งไล่ติดตามเกาะรถไว้ได้ทัน จนทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลง ทันใดนั้นคนร้ายได้ชักอาวุธมีดข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายติดตาม พร้อมกับขับขี่รถหลบหนีไป

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อผู้ลงมือก่อเหตุคือนายจะสือ อายุ 47 ปี และนายจะนู อายุ 37 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ใน ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ต่อมาวันที่ 6 ตุลาคม 2564 จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายจะสือ พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน จึงได้ทำการจับกุมนายจะสือ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา“ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยร่วมกันกระทำผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และร่วมกันพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร”

ส่วนนายจะนู ได้หลบหนีการจับกุม จึงได้เข้าทำการตรวจค้นบ้านของนายจะนู พบเสื้อคลุมสีน้ำเงิน คอปกสีแดงที่นายจะนู สวมใส่ในวันเกิดเหตุ ปรากฏตามภาพจากกล้องวงจรปิด จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดี และขออนุมัติจับกุมนายจะนู ซึ่งศาลจังหวัดเชียงรายได้อนุมัติหมายจับที่ 186/2564 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2564 และทำการติดตามจับกุมตัวต่อไป

2.กรณีเหตุชิงทรัพย์ร้านทองแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2564 เวลาประมาณ 11:00 น. มีคนร้ายอายุประมาณ 30 ปี รูปร่างสันทัด ผิวดำแดง สามเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน – แดง กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้ากีฬา สีดำ

โดยพฤติการณ์ทำทีเลือกซื้อสร้อยคอทองคำ และอาศัยช่วงเจ้าของร้านเผลอ ได้หยิบเอาสร้อยทองคำ จำนวน 4 เส้น น้ำหนักรวม 7 บาท มูลค่ารวมประมาณ 202,300 บาท วิ่งหนีออกจากร้าน โดยใช้รถจักรยานยนต์สีแดงดำ ทะเบียนลำพูน เป็นพาหนะหลบหนี ต่อมาจากการสืบสวนทราบผู้ก่อเหตุคือ นายเอกสิทธิ์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ใน ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

โดยศาลจังหวัดลำพูนได้อนุมัติหมายจับที่ 239/2564 ในข้อหา “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือ เพื่อพาทรัพย์ นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม” จากนั้นต่อมาในวันที่ 6 ต.ค.2564 เวลาประมาณ 13:30 น. ได้ติดตามจับกุมนายเอกสิทธิ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าว ซึ่งหลบหนีมาเปิดห้องพักที่โรงแรมในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ได้ตรวจยึดของกลางจากผู้ต้องหา

  1. สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 5 บาท 2 เส้น
  2. สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น
  3. สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 3 บาท 1 เส้น
  4. เงินสด จำนวน 38,000 บาท
  5. เสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน – แดง และรองเท้ากีฬาสีดำ จำนวน 1 คู่ ที่ใช้ในการก่อเหตุ

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ว่าภายหลังก่อเหตุได้นำสร้อยคอทองคำบางส่วนไปจำหน่ายที่ร้านทองใน อ.เมือง จ. เชียงใหม่ ได้เงินจำนวน 53,200 บาท จึงทำการจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมอุตสาหกรรม จ.ลำพูน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 ขอความร่วมมือมายังที่น้องประชาชน ร่วมกันสอดส่องเฝ้าระวังบุคคลที่มีลักษณะพฤติกรรมน่าสงสัย ซึ่งอาจจะเข้ามาก่ออาชญากรรมในพื้นที่ โดยมีการดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม

สามารถแจ้งเบาะแส ได้ที่ สายด่วน 191 , line@inthanon1(ผบช.ภ.5) และ Application Police I lert U ตลอด 24 ชม.