ตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ล็อตใหญ่ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ยึดเฮโรอีน 35 กิโลกรัม

พลตำรวจโท ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วรพงษ์ คำลือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และพลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ สามารถจับผู้ต้องหาได้ 3 คน หลบหนีไปได้ 1 คน พร้อมของกลางเฮโรอีน รวมน้ำหนักถึง 35 กิโลกรัม

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากตำรวจได้ข้อมูลจากสายลับว่า มีเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่ม “นายลี” ซึ่งเป็นคนเชื้อสายจีน และเครือข่ายนายจะนะ ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ จะลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนเขตติดต่อพื้นที่ อ.ฝาง และ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจะส่งต่อไปยังเครือข่ายยาเสพติดที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

สายลับให้ข้อมูลอีกว่า เครือข่ายยาเสพติดกลุ่มนี้จะลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากผ่านเส้นทางปิงโค้ง-บ้านทุ่งข้าวหลวง (ถ.3002) ต.ทุ่งข้าวพวง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เข้าสู่พื้นที่ตอนในของเชียงใหม่ จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงวางแผน-จัดกำลังเข้าทำการตรวจสอบ

กระทั่ง คืนวันที่ 9 ต.ค. 64 เจ้าหน้าที่พบกลุ่มคนต้องสงสัยอยู่ในศาลาที่พักริมทาง สามแยกปิงโค้ง ขาเข้าเมือง ซึ่งจากการสังเกต พบว่า มีการพูดคุยโทรศัพท์โดยการใช้หูฟังอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสงสัยว่าจะทำหน้าที่ดูต้นทางให้กับกลุ่มลำเลียงยาเสพติดตามที่สายลับแจ้ง

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ขับมาจากทาง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ที่เฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าวเห็นว่า มีการส่งสัญญาณโดยการชี้ทางให้รถยนต์คันดังกล่าว เลี้ยวขวาที่แยกปิงโค้ง โดยมีชายขับขี่รถจักรยานยนต์ จอดรออยู่ ขี่นำมุ่งหน้าไปทางบ้านห้วยทรายขาว

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ จึงขับรถติดตามไป พบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้เลี้ยวขวาเข้าไปในสุสานบ้านทุ่งข้าวหลวง ซึ่งสงสัยว่าอาจเป็นรถที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดตามที่สายลับแจ้ง จึงเดินเท้าเข้าไปเพื่อตรวจสอบ พบผู้ต้องหาทราบชื่อภายหลัง คือ นายอาทิตย์ อายุ 26 ปี และนายอาคาริ อายุ 24 ปี กำลังยกของวางไว้ที่บริเวณท้ายกระบะรถยนต์

แต่เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็พากันขับรถยนต์หนีออกจากสุสานโดยเลี้ยวขวา ไปทางหมู่บ้านห้วยทรายขาว ประมาณ 100 เมตร ก่อนจอดรถทิ้งเนื่องจากล้อหน้ายางแตก ไม่สามารถขับต่อไปได้ แล้ววิ่งหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการติดตามไปจนจับกุมตัวเอาไว้ได้

ตรวจสอบภายในรถ พบของกลางเฮโรอีนบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส มีโลโก้สิงโตคู่เหยียบลูกโลก สีแดง น้ำหนักรวมสิ่งบรรจุภัณฑ์ประมาณ 350 กรัม บรรจุในกล่องกระดาษสีขาว ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 2 ใบ รวม 30 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 10,500 กรัม(10.5 กก.) และพบเฮโรอีนบรรจุในกล่องกระดาษสีขาว ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 5 ใบ รวม 70 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 24,500 กรัม (24.5 กก.) รวมของกลางทั้งหมด 35 กิโลกรัม

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกส่วนหนึ่งเข้าทำการจับกุมนายจะอื่อ อายุ 36 ปี และนายจะนู (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ที่นั่งรออยู่บริเวณศาลาที่พักริมทางสามแยกปิงโค้ง ขาเข้าเมือง แต่ในชั้นจับกุมทั้งคู่ให้การปฏิเสธว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาหวาย เพื่อดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย ส่วนนายอาคาริ ซึ่งหลบหนีไป ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้กำชับและสั่งการให้ทำการออกหมายจับผู้ต้องหาดังกล่าวแล้ว และให้เร่งติดตามจับกุมตัว มาดำเนินคดีกฎหมายต่อไป

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ระบุว่า การจับกุมและตรวจยึดของกลางยาเสพติด เป็นเฮโรอีนจำนวน 35 กิโลกรัมในครั้งนี้ ถือเป็นการจับกุมตรวจยึดของกลางจำนวนมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยมีข้อสังเกตด้วยว่าลักษณะการบรรจุหีบห่อแตกต่างจากที่ผ่านมา เพราะไม่ได้บรรจุเป็นแท่ง แต่บรรจุใส่ถุงเหมือนกับแป้งมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร สันนิษฐานว่า น่าจะทำเพื่อให้ง่ายต่อการหลบเลี่ยงและการซุกซ่อนจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่