รองโฆษก ตร. ยืนยัน ข่าวจริง ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 ที่มีอายุ 50ปีขึ้นไป ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี ถึง 31 ธ.ค. นี้

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวจริง กรณีที่มีการนำเสนอข่าวประเด็นเรื่อง ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 กลุ่มเสี่ยง สามารถฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้ฟรี

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับทางสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า สำนักงานประกันสังคมจัดให้มีการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคกรณีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (Influenza Vaccine) ให้แก่ผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เพื่อให้การคุ้มครองดูแลผู้ประกันตนซึ่งเป็นแรงงานสำคัญของประเทศในลักษณะของการป้องกัน มากกว่าการรักษา และเพื่อลดขั้นตอนการคัดกรอง วินิจฉัยผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยจัดให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ณ สถานพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปี 2564 นี้ ได้เปิดให้บริการช่วงระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ยังมีผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยงจำนวนไม่น้อย ยังไม่ได้มาใช้สิทธิ เข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่

สำนักงานประกันสังคม โดยคณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม จึงออกประกาศเรื่องหลักเกณฑ์และอัตราค่าส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคสำหรับประโยชน์ทดแทน ในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน ลงวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

ซึ่งประกาศดังกล่าว มีสาระสำคัญให้ผู้ประกันตน ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มีสิทธิได้รับบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กรณีฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ณ สถานพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดสิทธิในการรับบริการทางการแพทย์ของผู้ประกันตน ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมานั้น สามารถเข้ารับบริการวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในปี 2564 นี้ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยผู้ประกันตนกลุ่มเสี่ยง ควรฉีดวัคซีนป้องกันทั้งไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนโควิด-19 โดยเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งข้อมูลจากกรมควบคุมโรค จะช่วยลดความเสี่ยงป่วยรุนแรงในสถานการณ์โควิด- 19 และไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานประกันสังคม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอม และผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน 5 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com, เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER, ทวิตเตอร์ @AFNCThailand, ไลน์ @antifakenewscenter, ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ