ศปอส.ตร. จับต่อเนื่อง ผู้กระทำความผิดหลอกลวงประชาชนออนไลน์ วันเดียว ตามรวบผู้ต้องหาได้ 4 ราย

ตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) นำโดย พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก. หัวหน้าชุดเทคนิคและสืบสวน 2 พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์ ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก.สส.4 บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงทางโลกออนไลน์ ได้ผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย 9 หมายจับ

โดยเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม น.ส.พรวดี อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดชลบุรีที่ 245/2564 ลงวันที่ 15 ก.ค. 2564 ในข้อหา“ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริตหลอกหลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือ ปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ ประชาชน” หลังผู้ต้องหาเปิดเพจเฟซบุ๊กขายที่นอนยางพารา แต่ไม่ส่งสินค้าให้ผู้เสียหาย เหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดชลบุรี มีผู้เสียหายรวม 19 คน และยังพบว่า มีหมายจับในท้องที่อื่นๆ อีกรวม 4 หมายจับ ได้แก่

หมายจับศาลแขวงดอนเมืองที่ จ.29/2564 ลงวันที่ 4 ก.พ. 2564

หมายจับศาลจังหวัดนครนายกที่ จ.94/2563 ลงวันที่ 2 พ.ย. 2563

หมายจับศาลอาญามีนบุรีที่ จ.785/2563 ลงวันที่ 19 ต.ค. 2563 และคาดว่า น่าจะมีผู้เสียหายทั้งที่แจ้งความและยังไม่แจ้งความมากกว่า 100 คน มูลค่าความเสียหายหลักแสนบาท

โดยพฤติการณ์สำคัญของผู้ต้องหารายนี้ มีการเปิดเพจเฟซบุ๊กเพื่อขายที่นอนยางพารา โดยใช้บัญชีธนาคาร ชื่อ น.ส.พรวดี เมื่อต้นปี 2563 ช่วงแรกมีการขาย-ส่งที่นอนให้ลูกค้าจริง แต่เนื่องจากมีสินค้าที่เป็นที่นอนเกรด C ที่ได้รับจากโรงงานด้อยคุณภาพ ประกอบกับในเวลาต่อมา ยอดขายลดลง ไม่เพียงพอต่อรายจ่ายพนักงาน จึงส่งสินค้าที่ส่วนใหญ่ไม่มีคุณภาพให้ลูกค้าที่สั่งซื้อทางเฟซบุ๊ก หรือบางรายก็ไม่ได้รับสินค้า เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเป็นจำนวนมาก ในหลายท้องที่ จากการสอบสวน ทราบว่า เมื่อประมาณต้นปี 2563 น.ส.พรวดี ได้รู้จักกับ น.ส.นภาลัย หรือ ชนิสรา ในฐานะท้าวแชร์ ซึ่ง น.ส.ชนิสรา ได้บอกกับผู้ต้องหาว่า อยากขายที่นอนยางพารา จึงได้ขอข้อมูลเกี่ยวกับการขายที่นอนยางพาราจากผู้ต้องหา และภายหลังได้เปิดเพจขายที่นอนยางพาราแข่งกับผู้ต้องหาจำนวนหลายเพจ โดยตั้งราคาขายต่ำกว่าสินค้าของผู้ต้องหา และ โฆษณาผ่านเฟซบุ๊กจำนวนมาก ทำให้ผู้ต้องหาเกิดปัญหา จนไม่สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ และมาทราบภายหลังว่า น.ส.ชนิสรา ไม่ส่งสินค้าให้ลูกค้าหลายราย จนมีผู้เสียหายจำนวนมาก และถูกจับกุมดำเนินคดีมากกว่า 10 ครั้ง

กรณีต่อมา เจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายธนภัทร อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาพระโขนงที่ จ.517/2564 ลงวันที่ 1 ต.ค. 2564 ในข้อหา “โดยทุจริตหลอกหลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและฉ้อโกงประชาชน” ซึ่งผู้ต้องหานี้ยังมีหมายจับในคดีอื่น คือ หมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.85/2564 ลงวันที่ 3 พ.ค. 2564 หลังผู้ต้องหาโพสต์เฟซบุ๊กขายรถแทร็คเตอร์ และรถบรรทุก แต่ไม่มีรถจริง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อหลอกเอาเงินมัดจำจากผู้เสียหาย รายละประมาณ 5,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนค่ามัดจำไปแล้ว ผู้ต้องหาจะบล็อกเฟซบุ๊ก เป็นเหตุให้มีผู้เสียหายหลายราย รวมมูลค่าความเสียหาย หลายหมื่นบาท

กรณีต่อมา เจ้าหน้าที่จับกุมตัว นายชคัทพล อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลแขวงธนบุรี ที่ 334/2563 ลงวันที่ 19 พ.ย. 2563 ในข้อหา “ฉ้อโกงและโดยทุจริต หรือ หลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา” ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับในคดีอื่น คือ หมายจับศาลจังหวัดแพร่ ที่ จ.95/2563 ลงวันที่ 30 ก.ค. 2563 จากพฤติการณ์เปิดบัญชีให้เพื่อน ชื่อ นายกรรชัย นำบัญชีไปใช้ โดยนำไปลงข้อมูลหลอกขายโทรศัพท์มือถือ ราคาถูก และหลอกเติมเงินเกมออนไลน์ โดยนายกรรชัย ได้ทำการหลอกลวงผู้เสียหาย ประมาณ 7-8 ราย มูลค่าความเสียหายรายละประมาณ 2,500- 10,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 50,000 บาท โดยไม่มีสินค้าจริงแต่อย่างใด

และรายสุดท้าย จับกุมตัว นายกฤษฎา อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 529/2563 ลงวันที่ 15 เม.ย. 2563 ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” หลังหลอกลวงผู้เสียหายให้ซื้อเสื้อผ้าผ่านเพจเฟซบุ๊ก ไลน์ และอินสตาแกรม เบื้องต้น มีผู้เสียหาย 41 ราย มูลค่าความเสียหาย 40,429 บาท

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยในกรณีดังกล่าว ได้กำชับให้ตำรวจทุกหน่วยกวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วนศูนย์ PCT 1599 ตลอด 24 ชม. หรือสายตรง 081-8663000 เฉพาะเวลาราชการ