ตำรวจทางหลวง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวบหญิงอายุ 51 ปี หัวหน้าแก๊ง หลอกจำนำทองปลอมในภาคใต้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. พ.ต.อ.ชาคริต มงคลศรี รอง ผบก.ทล. พ.ต.อ.เด่นหล้า รัตนกิจ ผกก.กก.8 บก.ทล. โดย พ.ต.ท.ภคพล สุชล สวญ.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. พร้อมด้วย พ.ต.ต.ชยธร ถวิลเพชรสกุล สว.ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. ได้ร่วมกันสืบสวน ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีฉ้อโกง

สืบเนื่องจาก นางสาว สุวัชจนีย์ อายุ 51 ปี ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งหลอกจำนำทองปลอม ได้ร่วมกับพวกตระเวนนำสร้อยทองปลอมไปจำนำไว้ตามร้านทองต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้เอกสารบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลอื่นไปแสดงให้พนักงานร้านทองดู และมักปิดบังอำพรางใบหน้าขณะก่อเหตุ

ซึ่งสร้อยที่นำไปจำนำ บริเวณตัวห่วงคล้องจะเป็นทองจริง ส่วนที่เป็นเส้นหรือตัวสร้อยจะเป็นทองปลอม ทำมาจากเงินชุบทอง รวมมูลค่าความเสียหาย กว่า 10 ล้านบาท

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้มาพักอาศัยอยู่ภายในซอย 10/13 ตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ จึงได้วางกำลังเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหาคือ นางสาวสุวัชจนีย์ อายุ 51 ปี บุคคลตรงตามหมายจับ จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น พร้อมนำตัวผู้ต้องหามายังหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงบางใหญ่ ส.ทล.2 กก.8 บก.ทล. เพื่อทำการสอบสวน และตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า นางสาว สุวัชจนีย์ ยังมีหมายจับ อีก 4 หมาย คือ

1.หมายจับศาลจังหวัดตรัง กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของบัตร”
2.หมายจับศาลจังหวัดสตูล กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น”
3.หมายจับศาลจังหวัดสตูล กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของบัตร”
4.หมายจับศาลจังหวัดสตูล กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม”

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่า ตนกับพวกที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ตระเวนนำสร้อยทองปลอมไปจำนำไว้ตามร้านทองต่าง ๆ จริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น” รวมทั้งหมดเป็น 5 หมายจับ และนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลุง จังหวัดสตูล เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป