ผบ.ตร. บรรยายพิเศษแก่ข้าราชการตำรวจ หัวข้อ “ทิศทางตำรวจยุคใหม่” ในงานสัมมนาผู้นำหน่วยระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าและผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปี 64 ย้ำ วางเป้าหมาย ตั้งมั่น ตั้งใจ แล้วทำให้สำเร็จ

พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โสมาภา รอง ผบช.ศ. และ โฆษก บช.ศ กล่าวว่า พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผบช.ศ. (อดีต ผบช.รร.นรต.) มีความยินดีที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. อนุมัติให้จัดโครงการนี้ขึ้น และมอบความไว้วางใจให้ตนในฐานะ ผบช.ศ. เป็นหน่วยรับผิดชอบขับเคลื่อนการสัมมนาตลอดระยะเวลารวมทั้งสิ้น 3 วัน (ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค. 2564) ที่ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

โดย พล.ต.ท.นิรันดร กล่าวว่า โครงการสัมมนาดังกล่าวนี้ได้จัดพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค.2564 โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ให้เกียรติเป็นประธาน โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นข้าราชการตำรวจระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าและผู้บังคับการหรือเทียบเท่า มีวัตถุประสงค์เพื่อมอบนโยบายและทิศทางการปฏิบัติงานให้นำไปพัฒนาและเสริมสร้างประสิทธิภาพของหน่วยงาน เพื่อให้ผู้นำหน่วยได้รับทราบถึงนโยบายและทิศทางการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้นำหน่วยได้รายงานปัญหาข้อขัดข้องต่างๆ ที่เกิดขึ้นโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อจะได้นำข้อมูลไปแก้ไข ปรับปรุง พัฒนาองค์กรให้เกิดผลสัมฤทธิ์สู่ระดับมาตรฐานสากล

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา และ ผบ.ตร. ยังให้เกียรติในการบรรยายพิเศษแก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้นำหน่วยที่เข้าร่วมการสัมมนา ในหัวข้อ “ทิศทางตำรวจยุคใหม่” นอกจากนั้น ยังมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมากด้วยประสบการณ์ให้เกียรติเป็นผู้บรรยายพิเศษหัวข้อต่าง ๆ ด้วย

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเน้นย้ำให้กับผู้ร่วมโครงการว่า “ขอให้วางเป้าหมาย ตั้งมั่น ตั้งใจทำอะไรกันสักคนละหนึ่งอย่าง แล้วทำให้สำเร็จ เพื่อนำไปสอนลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา และท่องคติพจน์ทำงานร่วมกันไว้เสมอแบบ ร่วมทุกข์ ร่วมสุข”

พล.ต.ต.ญาณพงศ์ โฆษก บช.ศ.กล่าวว่า สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของการสัมมนาครั้งนี้ ได้แก่ การจัดสัมมนากลุ่มย่อย ซึ่งได้จัดขึ้นในวันสุดท้าย ( 27 ต.ค.2564 ) โดยผู้ร่วมสัมมนาจากแต่ละกลุ่มได้นำเสนอแนวทางการบริหารงานในด้านต่างๆ ได้แก่
1) การป้องกันมิให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดไปพัวพันกับขบวนการค้ามนุษย์ ยาเสพติด แหล่งอบายมุข การทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เป็นต้น
2) การบริหารงานสายงานสอบสวนให้เกิดความสมดุลแบบยั่งยืน
3)แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการตำรวจ
4)การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทั้งในทางการสืบสวนสอบสวนและการบริหารจัดการทางเทคโนโลยีเชิงรุก
5)แนวทางในการประชาสัมพันธ์เชิงรุก การให้ข้อมูลข่าวสารเพื่อโต้ตอบเขาลวงและข้อมูลข่าวสารเชิงลบที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
6)การสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้เกิดขึ้นกับประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการอำนวยความยุติธรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่
7)การบริหารจัดการด้านการข่าวเชิงรุก การจัดการชุมนุมสาธารณะ การสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง
ทั้งนี้ การสัมมนาในครั้งนี้ได้ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อยและมีการจัดการโดยยึดหลักการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) อย่างเคร่งครัด โดยด้าน ผู้เข้าร่วมการสัมมนาต่างให้ความร่วมมือในการรับฟังการบรรยายและในช่วงการสัมมนากลุ่มย่อยก็ร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวางและหลากหลาย มีการนำเสนอองค์ความรู้ แนวความคิดในเชิงกลยุทธ์และแบ่งปันประสบการณ์เพื่อถ่ายทอดทักษะผู้บริหารและการเป็นผู้นำในยุคสมัยที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายมิติ นอกจากนั้น ยังได้เปิดให้มีการนำเสนอข้อมูลเพื่อส่งต่อสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์ไปยังผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาการปรับยุทธศาสตร์การบริหารเชิงรุกเพื่อให้บรรลุผลในเป้าหมายแห่งการดูแลรักษาความปลอดภัย และการรักษาความสงบเรียบร้อยให้เกิดแก่ประชาชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน