ตำรวจภูธรภาค 5 แถลงจับคดียาเสพติดรายสำคัญ ยึดไอซ์ล็อตใหญ่ 235 กก.

ตามนโยบายของรัฐบาล ในการปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามและอาชญากรรม ที่เกิดขึ้นในสังคม ได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนและสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติเป็นอย่างมาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./หน.ศอปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เร่งรัดติดตามจับกุมขบวนการค้าและลำเลียงยาเสพติดอย่างจริงจัง ตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดน เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้ามาพื้นที่ตอนในของประเทศ ให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมนั้น

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย นายไกรเลิศ ดาวเรือง ผอ.ป.ป.ส.ภาค 5, พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.กฤตธาพล ยี่สาคร รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย, พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ได้นำบัญชาและข้อสั่งการไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้บูรณการกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ภ.5 โดย สภ.แม่ลาว จว.เชียงราย ,กก.สส.จว.เชียงราย ร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร กองทัพภาคที่ 3 ป.ป.ส.ภาค 5 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ จับผู้ต้องหา 1 คน คือนายจรรยา อายุ 38 ปี ในข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมยึดของกลางยาไอซ์ จำนวน 235 กิโลกรัม และ รถยนต์ 1 คัน

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2564 เวลาประมาณ 07.40 น. เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายสนธิกำลังร่วมกัน ทำการจับกุมตัว นายจรรยา อายุ 38 ปี บริเวณด่านตรวจป่าตึง อ.แม่ลาว จว.เชียงราย จากนั้นจึงได้สืบสวนขยายผลนำผู้ต้องหาเข้าค้นบ้านพักของผู้ต้องหา ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย สามารถตรวจยึดไอซ์ได้อีกจำนวน 4 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 123 กิโลกรัม รวมทั้งสิ้นยึดของกลางประมาณ 235 กิโลกรัม จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ลาว และ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดได้ว่าจ้างให้ ผู้ต้องหา ไปรับยาเสพติดในพื้นที่ อ.เชียงแสน ไปส่งที่ อ.พาน จ.เชียงราย ต่อมา เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2564 เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ต้องหาขับรถยนต์ ไปบรรทุกยาเสพติด บริเวณป่าละเมาะในเขตพื้นที่ อ.เชียงแสน จำนวน 8 กระสอบ ซึ่งเต็มกระบะท้ายรถ จากนั้น ได้ขับรถที่บรรทุกยาเสพติด มายังบ้านพักของตนเอง ที่หมู่บ้านเอื้ออาทร และแบ่งเอายาเสพติด จำนวน 4 กระสอบ ลงเก็บไว้บ้านพัก โดยได้รับเงินค่าจ้างในการขนในครั้งนี้ไว้แล้ว จำนวน 10,000 บาท

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การจับกุมคดีดังกล่าว เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการเร่งรัดขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการสั่งการ ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ว่าจ้างขนยาเสพติด รวมถึงหาความเชื่อมโยงของการจับกุมยาเสพติดคดีใหญ่ ๆ ว่าเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือไม่ มาจากแหล่งผลิตใด โดยจะได้ทำการยึดทรัพย์สินเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไป อย่างจริงจังและเข้มงวด จากนี้จะได้เร่งรัดขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องและยึดทรัพย์สินเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดให้หมดไป

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน บุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหมู่บ้าน/ชุมชน โดยสามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน ยาเสพติด 1599, สายด่วน 191, line@inthanon1(ผบช.ภ.5) และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชม. ในการดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม