พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติด 9 คดี ยึดยาบ้ากว่า 12 ล้านเม็ด ไอซ์ เฮโรอีน ยาอี ยาเค เพียบ!

ยาเสพติด

พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.พล.ต.ต.บรรพต มุ่งชอบกลาง ผบก.ปส.3 แถลงผลการจับกุมและสกัดกั้นผู้ค้ายาเสพติด รายสำคัญ 9 คดี พร้อมยึดของกลางยา ยาบ้า 12,622,000 เม็ด ยาบ้า (เปียกชื้น) 19.27 กิโลกรัม ไอซ์ 240 กิโลกรัม เฮโรอีน 61.75 กิโลกรัม ยาอี 1,800 เม็ด และเคตามีน 13.4 กิโลกรัม

โดยคดีแรกตำรวจ ปส.1 จับกุมนางจำเรียง อายุ 51 ปี นางสาวจิรารัตน์ อายุ 40 ปี นายพนาไพร อายุ 43 ปี นายชัยมงคล อายุ 38 ปี นายประสาร อายุ 35 ปี นายวรวรรณ อายุ 38 ปี นายสิทธิชัย อายุ 44 ปี นายสิทธิพงษ์ อายุ 31 ปี และนายสิทธิพงษ์ อายุ 44 ปี พร้อมของกลาง เฮโรอีน 18 กิโลกรัม ยาบ้า 6,000 เม็ด และยาบ้า ลักษณะเปียกชื้น 19.27 กิโลกรัม

หลังสืบทราบว่า มีเครือข่ายค้ายาเสพติดในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ จะส่งมอบยาเสพติดพี่เก็บพักไว้ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดดังกล่าว จนทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ใช้รถยนต์ในการกระทำความผิดถึง 5 คัน ซึ่งแบ่งหน้าที่ในการเป็นรถนำ รถตาม และคอยสังเกตการณ์รถที่จะติดตามกลุ่มผู้ต้องหา โดยใช้เส้นทางถนนรังสิต-นครนายก-วงแหวนรอบนอก แล้วใช้ทางออกถนนรามอินทราขาเข้ามุ่งหน้าหลักสี่ และเมื่อรถยนต์ของกลุ่มผู้ต้องหามาถึงจุดกลางสะพานข้ามแยกวงเวียนบางเขน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าหยุดรถ และแสดงตัวเข้าตรวจค้น ก่อนพบ เฮโรอีน น้ำหนักประมาณ 18 กิโลกรัม พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 2 กระบอก บรรจุกระสุนพร้อมใช้ จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2 ตำรวจ ปส.2 และ สภ.บ้านกลาง จังหวัดเพชรบูรณ์ จับกุม นายคมศร อายุ 38 ปี นางสาวนิชา อายุ 19 ปี นางสาวจิณณพัต อายุ 24 ปี และนายธินวัฒน์ อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์ 120 กิโลกรัม และเคตามีน 10 กิโลกรัม ทั้งหมดถูกจับกุมได้ที่จังหวัดเพชรบูรณ์

คดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา สน.เรือรัตนวาปี นรข.เขตหนองคาย ได้มีการจับกุมผู้ต้องหาขนยาบ้า 9 กระสอบ ขนมาโดยเรือ จับได้ที่บริเวณ โรงสูบน้ำริมฝั่งแม่น้ำโขง ท้ายบ้านตาลชุม อำเภอรัตนวาปี จังหวัดบึงกาฬ ต่อมาสามารถสกัดจับผู้ต้องหาได้อีก 2 คน ที่กำลังขนลำเลียงยาบ้า 3,700,000 เม็ด จึงขยายผลจนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดดังกล่าว จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และนำไปส่งให้กับลูกค้าตอนใน จึงสืบสวนสะกดรอยติดตามกลุ่มเครือข่ายดังกล่าว ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี และในเขตพื้นที่ริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย พบรถยนต์ 2 คัน ขับตามกันในลักษณะใช้ลำเลียงยาเสพติด จึงสะกดรอยไปจนถึงจังหวัดเพชรบูรณ์ ก่อนจะเข้าจับกุม จึงพบยาเสพติดของกลางอยู่ในรถ 1 คัน ส่วนอีกคันทำหน้าที่สำรวจเส้นทางในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้

คดีที่ 3 ตำรวจ ปส.3 จับกุม นายอรุณ อายุ 50 ปี นายสุธรรม อายุ 53 ปี นายธีระวุฒิ อายุ 24 ปี และนางสาวศุภกานต์อายุ 23 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 3 ล้านเม็ด ถูกจับกุมได้ที่ด่านตรวจพยุหะคีรี ตำบลย่านมัทรี อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า กลุ่มนายอรุณ จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนด้าน อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ เพื่อนำส่งขายยังพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยพบว่าใช้รถกระบะ และรถบรรทุกในการขนลำเลียง จึงได้ติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง พบรถยนต์กระบะและรถยนต์บรรทุก ขับในลักษณะตามกันมา บนถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าจังหวัดตาก โดยรถกระบะขับนำ ลักษณะตรวจสอบเส้นทาง และรถบรรทุกบริเวณท้ายมีผ้าใบสีทึบปิดคลุม ขับตามมา กระทั่งถึงบริเวณ ด่านตรวจพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น พบยาบ้า จำนวน 3,000,000 เม็ด บรรจุภายในถุงกระสอบ ซุกซ่อนบริเวณท้ายรถบรรทุก จึงจับกุมนายอรุณ กับพวกรวม 4 คน และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีที่ 4 ตำรวจ ปส.3 จับกุม นายอาเพียว อายุ 51 ปี และนายอาติ๊ก อายุ 41 ปี พร้อมของกลาง เฮโรอีน 35 กิโลกรัม และไอซ์ 120 กิโลกรัม โดยถูกจับกุมได้ที่แยกห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย ต่อเนื่องถนนเลี่ยงเมืองเชียงรายตะวันตก ตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย

โดยก่อนหน้านี้สืบทราบว่า เครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มชาติพันธ์เผ่าอาข่า กลุ่มนายอาติ๊ก จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก โดยใช้กระบะเป็นยานพาหนะ และใช้รถจักรยานยนต์นำทางและคุ้มกันการลำเลียงยาเสพติดไปส่งมอบให้กับกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่

จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ พบรถกระบะของกลุ่มเครือข่ายขับมาตามถนนเลี่ยงเมืองเชียงรายตะวันตก จากแยกท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย มุ่งหน้าสี่แยกวัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย และพบรถจักรยานยนต์ ขับนำทางลักษณะสังเกตการณ์ และรถทั้งสองคันขับวนเวียนตามเส้นทางดังกล่าวอย่างมีพิรุธ จนถึงสี่แยกวัดห้วยปลากั้ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ขอทำการตรวจค้น และพบยาเสพติดของกลางดังกล่าว วางอยู่บริเวณกระบะบรรทุกของรถยนต์ โดยมีผ้าพลาสติกสีน้ำเงิน-ขาว คลุมปิดทับ

คดีที่ 5 ตำรวจ ปส.3 จับกุม นายนาวิน อายุ 52 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,252,000 เม็ด และเฮโรอีน 8.75 กิโลกรัม ถูกจับกุมได้ที่บ้านโล๊ะป่าหาญ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

โดยยาเสพติดล็อตนี้เป็นของเครือข่ายชาวเขาเผ่ามูเซอเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่จะลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะ และรถจักรยานยนต์ เป็นพาหนะ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามพฤติการณ์อย่างต่อเนื่อง กระทั่งในวันเกิดเหตุ พบรถกระบะ ขับขี่อยู่บนถนนบริเวณบ้านรินหลวง มุ่งหน้าไปทาง บ้านโล๊ะป่าหาญ ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โดยพบว่าบริเวณกระบะท้าย มีการต่อเติมเสริมเหล็ก และน่าจะบรรทุกสิ่งของมีน้ำหนักอยู่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงขอตรวจค้น ก่อนพบยาเสพติดของกลางบรรจุอยู่ภายในถุงกระสอบ และถุงดำบริเวณท้ายกระบะ

คดีที่ 6 ตำรวจ ปส.3 จับกุม นายชวลิต อายุ 18 ปี และนายศิวกร อายุ 30 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 1 ล้านเม็ด จับกุมได้ที่สี่แยกแม่กรณ์ ตำบลท่าสาย อำเภอเมืองเชียงราย

สำหรับยาเสพติดของกลาง เป็นของเครือข่ายยาเสพติดกลุ่มชาวเขาเผ่ามูเซอห้วยชมภู จะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่พักคอยตามแนวชายแดนจังหวัดเชียงรายเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถกระบะ เป็นพาหนะ จนกระทั่งในวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ขับขี่มาจากพื้นที่ ตำบลห้วยชมภู มุ่งหน้า อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โดยขับขี่ด้วยความระมัดระวังและตรวจสอบการติดตามของเจ้าหน้าที่ ชุดจับกุมจึงได้ขอตรวจค้น ก่อนพบยาเสพติด ซุกซ่อนภายในรถกระบะ
คดีที่ 7 ตำรวจ ปส.4 จับกุม นายศักดิ์สิทธิ์ อายุ 25 ปี และนายปฐมพัฒน์ อายุ 25 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,204,000 เม็ด ยาอี 1,800 เม็ด และเคตามีน 3.4 กรัม จับกุมได้ที่ย่านสรงประภา แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจาก มีการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ ภาคใต้ ที่รับยาเสพติดจาก กทม. และปริมณฑล ไปกระจายในพื้นที่ภาคใต้ และนำออกประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ติดตามขยายผลเครือข่ายดังกล่าว จนสามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ 3 คน จากนั้น ได้สืบสวนผู้นำยาเสพติดมาส่ง ด้วยข้อมูลทางเทคนิค จนทราบสถานที่เก็บยาเสพติด และชายที่วางยาเสพติด และเฝ้าติดตามบริเวณ ซ.สรณคมน์ ถ.สรงประภา สีกัน เขตดอนเมือง จนกระทั่ง พบชายต้องสงสัย นำกระสอบใส่สิ่งของ มาส่งให้กับชายอีกคน เชื่อว่าเป็นยาเสพติด จึงเข้าจับกุม

คดีที่ 8 ตำรวจ ปส.4 ยึดยาบ้า 60,000 เม็ด เป็นการขยายผลจากการจับกุมผู้ต้องหา คดีที่ 1 ทราบว่ายังมีกลุ่มเครือข่าย นายม่อน พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในกรุงเทพมหานคร จึงวางแผน ติดต่อขอซื้อยาเสพติด ผ่านช่องทางแอพพลิเคชันไลน์ โดยนายม่อน ตกลงนัดส่งมอบยาบ้าให้ 60,000 เม็ด ในซอยหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ต่อมา ตำรวจจึงไปยังจุดนัดหมาย พบกล่องกระดาษสีน้ำตาลวางอยู่บริเวณคอสะพานในซอยดังกล่าว ตรวจสอบภายในพบยาบ้าตรงตามจำนวนที่ตกลง แต่ไม่พบบุคคลที่นำยามาวาง ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป

และคดีที่ 9 ตำรวจ ปส.3 จับกุม นายสว่าง อายุ 26 ปี นายสมบูรณ์ อายุ 24 ปี และนายศิริวุธ อายุ 27 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 6,100,000 เม็ด จับกุมได้ที่ถนนมาตุลี (3523) ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ และ บริเวณแยกบางม่วง ตำบลบางม่วง อำเภอเมืองนครสวรรค์

จากการสืบสวนทราบว่า จะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือ เพื่อจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล โดยมีพ่อเลี้ยงซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย อยู่เบื้องหลังว่าจ้างให้ลักลอบลำเลียงจากพื้นที่ อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย ไปส่งให้กับลูกค้าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงวางแผนจับกุมผู้ต้องหาได้ขณะขนลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว