ตำรวจภูธรภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมเครือข่าย ยาเสพติด รายสำคัญ ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ 2 คดี ยึด ยาบ้า 1,040,000 เม็ด

ตำรวจภูธรภาค 5 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5  พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รอง ผบช.ภ.5  พล.ต.ต.วีรชน บุญทวี รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ต.วรพงค์ คำลือ ผบก.บก.สส.ภ.5 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รอง ผจว.เชียงใหม่  นายไกรเลิศ  ดาวเรือง ผอ.ปปส.ภาค 5 และ พล.ต.ประสิษฐิพงศ์ มูลดี รอง ผอ.ศอ.บส.ชน. ร่วมแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า รวม 1,040,000 ล้านเม็ด

โดยได้ใช้โครงการชุมชนยั่งยืนแก้ไขปัญหายาเสพติดของนายกรัฐมนตรี จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการแจ้งเบาะแสข้อมูลจากแหล่งชุมชน และอดีตผู้เสพยาเสพติด ขยายผลไปถึงผู้ค้ารายย่อย รายกลาง และออกหมายจับผู้ค้ารายใหญ่ในที่สุด โดยมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครอง ทหารกองทัพภาคที่ 3 และ ปปส.ภาค 5

โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม บก.สส.ภ.5 จับกุมผู้ต้องหา 2 คน คือ นายอนุพงศ์ อายุ 23 ปี ชาวเชียงราย  และนายจตุรงค์ อายุ 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 340,000 เม็ด

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ นำยาเสพติดมาซุกไว้ในบ้านพักหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านพักหลังดังกล่าว และทราบว่า ผู้เช่าหอพักคือ นายอนุพงศ์ 

โดยเจ้าของบ้านพักได้ให้ข้อมูลว่า ผู้เช่าห้องไม่ได้เข้ามาพักอาศัยเป็นเวลานาน จึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายอนุพงศ์ พักอาศัยอยู่บ้านเช่าอีกหลังหนึ่ง กับนายนายจตุรงค์ ในพื้นที่ อ.ดอนแก้ว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบนายอนุพงศ์ และนายจตุรงค์ ยืนอยู่บริเวณหน้าบ้านเช่า จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงได้สอบถามนายอนุพงศ์ เพิ่มเติม เกี่ยวกับบ้านพักที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนนำตัวทั้งสองคนไปยังบ้านพักหลังดังกล่าว เพื่อนำตรวจค้น กระทั่ง พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 340,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในบ้าน

จากการสอบถาม นายอนุพงศ์และนายจตุรงค์  ให้การรับสารภาพว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของพวกตนจริง อ้างว่าได้รับคำสั่งจาก นายแจ็ค ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งอาศัยอยู่ประเทศเมียนมา สั่งการให้นำยาเสพติดมาพักไว้ในบ้านพักหลังดังกล่าว โดยได้รับค่าจ้างเป็นจำนวน 40,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ปิง ดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

ส่วนอีกหนึ่งคดี เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.ไชยปราการ สภ.หนองตอง สภ.เชียงดาว จ. เชียงใหม่ , กก.สส.ภ.5 , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทหาร ฝ่ายปกครอง และ ป.ป.ส.ภาค 5

จับกุมชายอายุ 46 ปี พร้อมยาบ้า 700,000 เม็ด ริมถนนโชตนา ต.ศรีดงเย็น อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

สืบเนื่องจาก ผู้ต้องหา ได้ติดต่อสายลับเพื่อว่าจ้างให้ทำการลำเลียงยาเสพติดให้เครือข่ายลงสู่ จ.ปัตตานี ในราคาเป้ละ 100,000 บาท ต่อมา สายลับได้ทำการตอบตกลงว่าจะช่วยลำเลียงทั้งหมด 7 เป้ รวมค่าจ้าง 700,000 บาท มีการโอนเงินให้กับสายลับก่อน จำนวน 20,000 บาท และโอนอีกอีก 180,000 บาท ในเวลาต่อมา รวมค่าจ้างล่วงหน้า ตามที่ตกลงกัน 200,000 บาท

ต่อมา จึงทำการนัดหมายสถานที่กัน โดยผู้ต้องหา ได้ให้สายลับติดต่อผ่านกับบุคคลในเครือข่ายรายหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตเข้ามาพักคอยยังพื้นที่ อ.ฝาง และ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ เพื่อนัดหมายสถานที่ในการรับยาเสพติด โดยได้แจ้งกับสายลับว่า ซุกซ่อนยาไว้ที่บริเวณริมถนนโชตนา หมายเลข 1360  เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบของกลางยาเสพติดจำนวน 7 เป้ รวมยาบ้า ประมาณ 700,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงทำการวางแผนจับกุมผู้ต้องหา ในเวลาต่อมา

ผู้ต้องหา ยอมรับว่า เป็นผู้ติดต่อและว่าจ้างสายลับในการขนยาเสพติด และตนได้รับการว่าจ้างจาก นายเจมส์ โดยจะได้รับค่าจ้างในการติดต่อหาคนลำเลียงยาเสพติด จำนวน 20,000 บาท

ด้าน ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมทำการสืบสวนขยายผลทั้ง 2 คดีเพิ่มเติมต่อไปว่า มีผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกหรือไม่ ทั้งผู้สนับสนุน ตัวการร่วม ผู้ค้า ผู้ว่าจ้าง อีกทั้งจะดำเนินการริบทรัพย์สิน ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดทุกเครือข่ายให้หมดไป

ทั้งนี้ ตำรวจภูธรภาค 5 จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันสอดส่องบุคคลหรือยานพาหนะที่มีเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ภายในหมู่บ้านและชุมชน