ตำรวจรถไฟ ตามรวบแก๊งแอบตัดสายเคเบิลรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีกลางบางซื่อ พบก่อเหตุกลางวันแสก ๆ สุดท้ายไม่รอด ถูกจับได้ขณะกำลังขนย้ายของกลางใส่รถยนต์

กองบังคับการตำรวจรถไฟ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผบก.รฟ., พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.รฟ., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สิทธิใหญ่ ผกก.1 บก.รฟ., พ.ต.ท.ญาณพัทธ์ สวนแก้ว สวญ.ส.รฟ.นพวงศ์ กก.1 บก.รฟ., ว่าที่ พ.ต.ท.ธีรธันย์ นพธฤติพันธ์ สว.ส.รฟ.นพวงศ์ กก.1 บก.รฟ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ชยุต ศรีชมภู รอง สว.(ป) ส.รฟ.นพวงศ์ฯ, ร.ต.ต.ไพฑูรย์ วิเชียรพาย, ร.ต.ต.นิตย์ อินทร์ประเสริฐ รอง สว.(ป) ส.รฟ.นพวงศ์ฯ, ร่วมกันจับกุม นายธนะ อายุ 55 ปี นายรำไพ อายุ 53 ปี และนายวิวัฒน์ อายุ 51 ปี

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไปเพื่อให้พ้นการจับกุมคดีอาญา” พร้อมตรวจยึดของกลาง 4 รายการ ประกอบด้วย สาย Cable 4Cx25 mm จำนวน 8 เส้น เส้นละประมาณ 1 เมตร นำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม สาย Cable 4Cx25 mm จำนวน 16 เส้น เส้นละประมาณ 50 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม สายอลูมิเนียม เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้า น้ำหนักประมาณ 4 กิโลกรัม คีมตัดสายไฟ และรถยนต์กระบะ สีเหลืองดำ จำนวน 1 คัน โดยสามารถจับกุมได้ที่ บริเวณย่านสถานีกลางบางซื่อ ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ขณะทำการขนย้ายของกลางขึ้นรถ

สืบเนื่องจากกรณี คนร้ายก่อเหตุลักลอบตัดสายไฟโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง อยู่บ่อยครั้ง เป็นเหตุให้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้รับความเสียหาย และส่งผลต่อการสัญจรในระบบราง สร้างความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ ผบก.รฟ. จึงได้สั่งการให้หน่วยในสังกัด เพิ่มความเข้มในการออกตรวจและวางมาตรการในการเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก กระทั่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบตัดสายไฟบริเวณย่านสถานีกลางบางซื่อ จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบกลุ่มผู้ต้องหากำลังขนย้ายของกลางใส่รถยนต์ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุม โดยมีพนักงานซึ่งดูแลระบบราง งานไฟฟ้า และเครื่องกล เป็นผู้ชี้ยืนยันสายเคเบิล ซึ่งผู้ต้องหาลักลอบตัดไป เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวน ส.รฟ.นพวงศ์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขณะที่การสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ