พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เผยข่าวจริง กทม. เปิด ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ให้บริการประชาชนทุกกลุ่มทุกสัญชาติ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวจริง กรณีที่มีการนำเสนอข่าวสารในประเด็นเรื่อง กทม. เปิดศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ให้บริการประชาชนทุกกลุ่มทุกสัญชาติ

ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร โดยรองปลัดกรุงเทพมหานคร ชี้แจงว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายประกาศเดินหน้าเปิดประเทศแบบปลอดภัย (Smart Entry) เช่น มาตรการ SHA+ และ COVID Free Setting หรือการตรวจ ATK เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กำหนดกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงมอบนโยบายให้สำนักอนามัย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดตั้งศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กรุงเทพมหานคร ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง ซึ่งได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 64 เพื่อให้บริการวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกสัญชาติ ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีน ดังนี้

เข็มที่ 1 สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการฉีด วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

เข็มที่ 2 สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ชนิดใดก็ตามมาแล้ว 1 เข็ม จะต้องเว้นระยะห่างระหว่างเข็ม ตามกำหนดของชนิดวัคซีนเข็มแรก

เข็มที่ 3 สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 2 เข็ม ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หรือตามที่ได้รับการจัดสรร และเข็มกระตุ้นหลังติดเชื้อ สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 และรักษาหายแล้ว 1 เดือนขึ้นไป

ทั้งนี้ศูนย์ฉีดวัคซีนดังกล่าว สามารถรองรับผู้รับบริการได้ประมาณวันละ 2,000 คน โดยแบ่งช่องทางการรับวัคซีน 2 ช่องทาง ดังนี้

– ช่องทางที่ 1 เป็นการนัดหมายแบบองค์กร (Group vaccination) เช่น กลุ่มพนักงาน จากร้านหรือผู้ประกอบการขนาดเล็ก กลุ่มคนงานจากแคมป์ก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันจำนวนของผู้มารับบริการฉีดวัคซีน ในลักษณะของการนัดหมายแบบองค์กร (Group vaccination) มียอดสะสมรวมทั้งสิ้น 6,832 คน เป็นคนไทย จำนวน 3,152 คน และเป็นคนต่างชาติ อาทิ เมียนมา กัมพูชา และลาว จำนวน 3,680 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พ.ย. 64 เวลา 18.00 น.)

– ช่องทางที่ 2 เป็นการนัดหมายผ่าน “แอป QueQ” สำหรับประชาชนทั่วไป ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนจองคิวรับวัคซีน ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย. 64 สำหรับกลุ่มนี้จะเริ่มเปิดให้บริการฉีดวัคซีนในวันที่ 20 พ.ย. 64 เป็นต้นไป โดยมีขั้นตอนการลงทะเบียน ดังนี้

1. สแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน QueQ

2. เข้าแอปพลิเคชัน QueQ เลือก “บริการสาธารณะ”

3. เลือกสถานที่เข้ารับบริการ “กรุงเทพฯ เมืองยิ้ม ปลอดโรคโควิด19 อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง”

4. กรอกเลขบัตรประชาชน/เลขหนังสือเดินทาง กดต่อไป

5. เลือกวันที่รับบริการ และเวลาที่ต้องการ กดยืนยัน

ทั้งนี้หลังจากเริ่มเปิดลงทะเบียนจองคิวนัดหมายผ่าน “แอป QueQ” มีผู้สนใจจองคิวเข้ารับการฉีดวัคซีน จำนวนกว่า 300 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พ.ย. 64 เวลา 11.00 น.) โดยระหว่างนี้ มีประชาชนทยอยเข้าระบบลงทะเบียนจองคิวการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักอนามัยได้ให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 (Pfizer) เข็มที่ 1 สำหรับเด็กที่มีอายุ 12-18 ปี และพักอาศัยในกรุงเทพมหานคร ทั้งที่อยู่ในระบบการศึกษา และนอกระบบการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาแบบ Home School ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 มาก่อน

ซึ่งเปิดลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน Google form ระหว่างวันที่ 15-17 พ.ย. 64 ที่ผ่านมา กำหนดวันให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19

เข็มที่ 1 ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย. 64

เข็มที่ 2 ระหว่างวันที่ 8-10 ธ.ค. 64

โดยวันที่ 17 พ.ย. 64 เป็นวันแรกในการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 (Pfizer) เข็มที่ 1 ให้แก่เด็กที่มีอายุ 12-18 ปี ที่ลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน Google Form จำนวน 545 คน โดยมีคณะผู้บริหารสำนักอนามัย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ณ ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 กรุงเทพมหานคร บริเวณอาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง

ทั้งนี้ สำนักอนามัยขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้ารับบริการฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 กรุงเทพมหานคร ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง โดยนัดหมายการรับบริการวัคซีนตามช่องทางที่กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2883 ในวันและเวลาราชการ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร หรือโทร 0-2221-2141-69

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่านช่องทาง ได้แก่

เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com

เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER

ทวิตเตอร์ @AFNCThailand

ไลน์ @antifakenewscenter

ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87

และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ