ไม่รอด! ตำรวจรวบคนร้าย บุกเดี่ยว จี้พนักงานร้านสะดวกซื้อ ย่านพระราม 2 สารภาพหาเงินใช้หนี้ เจ้าตัวเผยประวัติโชกโชน ก่อเหตุปล้นทรัพย์ตั้งแต่อายุ 14 ปี

พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.น. พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.อชิรวิทย์ ทองจันดี ผกก.สน.แสมดำ พ.ต.ท.ธนูพล จินตาคม รอง ผกก.สส.สน.แสมดำ พ.ต.ท.สรายุทธ ปัญญาศรีวิชัย สว.สส.และฝ่ายสืบสวน ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัว นายภูหลวง อายุ 26 ปี หลังก่อเหตุใช้อาวุธมีด บุกเดี่ยว ชิงเงินร้านสะดวกซื้อ ปากซอยพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ได้เงินไป 5,800 บาท เหตุเกิดเวลาประมาณ 21:45 น. เมื่อวาน (วันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2564)   โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ใน ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ มีดทำครัวยาว 1 ฟุต 1 เล่ม  และชุดที่ใส่ในวันก่อเหตุ

สืบเนื่องจาก ตำรวจ สน.แสมดำ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวเข้าไปชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ จึงไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน

พบผู้จัดการร้าน และพนักงานขาย ยืนรอให้การ และเล่าว่าขณะอยู่ในร้านกัน 2 คน มีคนร้ายสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ เดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ ก่อนใช้มีดจี้คอพนักงานขาย บังคับให้เปิดลิ้นชักที่เก็บเงิน แต่พนักงานขาย บอกว่า เปิดไม่ได้คนร้ายจึงหยิบสินค้ามาให้ยิงบาร์โค้ด เพื่อให้ลิ้นชักเก็บเงินเปิด พนักงานขาย ไม่ยอมทำตาม จึงถูกขู่ว่าจะฟันให้ตาย จังหวะนั้นผู้จัดการร้านเกรงว่า คนร้ายจะทำจริง จึงบอกให้คนร้ายหยิบเงินใต้ลิ้นชักที่เตรียมจะเก็บใส่ลิ้นชักช่วงเปลี่ยนเวร จำนวน 5,800 บาทไป คนร้ายจึงหยิบเงินทั้งหมดใส่กระเป๋ากางเกงด้านซ้าย

ก่อนจะขี่จักรยานยนต์ที่จอดอยูห่างจากร้านไปประมาณ 15 เมตร ซึ่งผู้จัดการร้านได้วิ่งตามคนร้ายไป เพื่อดูเลขทะเบียนรถ แต่คนร้ายเห็น จึงทำท่าจะลงรถเอามีดมาไล่ฟัน ผู้จัดการร้านจึงวิ่งหลบหนี แต่ก็สามารถจดจำเลขทะเบียนรถคนร้ายได้อย่างแม่นยำ ต่อมา ตำรวจตรวจสอบชื่อผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์พบว่า เป็นชื่อของบิดาคนร้าย จึงตามไปรวบตัวได้ที่บ้านพร้อมของกลางดังกล่าว

จากการสอบสวน นายภูหลวง ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ที่บ้านเปิดเป็นอู่ซ่อมรถยนต์ ทำมาหลายปี จนมีลูกค้าขาประจำมากมาย ค่อนข้างมีฐานะ แต่ต่อมาเจ้าของที่ขึ้นค่าเช่า จนสู้ราคาไม่ไหว ต้องย้ายไปเปิดที่ใหม่ ทำให้ลูกค้าหดหาย จนต้องเลิกทำ จึงต้องไปสมัครเป็น รปภ.ประจำอยู่ที่โรงเรียนประถมใกล้บ้าน แต่ก็ทะเลาะกับเจ้าของบริษัท รปภ.จนตกงานอยู่หลายเดือน

ต่อมา ไปสมัครเป็นพ่อครัวทำอาหารอยู่ในห้าง ทำอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน ก็ทะเลาะกับผู้จัดการร้าน จนต้องออกจากงานอีกครั้ง จนมาเปิดร้านขายขนมปังอยู่ย่านเคหะท่าข้าม รับขนมปังมาขาย ซื้ออุปกรณ์มาทำเองบ้าง แต่ก็ต้องกู้ยืมเงินมาลงทุน ขายของได้ไม่ดี เลยเล่นพนันออนไลน์ หวังได้เงินเป็นก้อนมาลงทุน แต่ยิ่งเล่นก็ยิ่งหมด อีกทั้งยังมีส่วนที่ยืมเพื่อน จึงคิดว่าจะหาเงินมาใช้หนี้ และลงทุนบางส่วน

หลังจากปิดร้าน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ วนไปดูลาดเลาร้านสะดวกซื้อ หลายสาขา จนกระทั่งพบว่า สาขาที่ก่อเหตุมีพนักงานผู้หญิงอยู่เพียง 2 คน และคนใช้บริการน้อย จึงลงมือก่อเหตุ แล้วขี่รถหลบหนีไปทางถนนบางกระดี่ เมื่อถึงบ้านได้จอดรถจักรยานยนต์ไว้ แล้วเหมารถแท็กซี่ออกไปหาเพื่อน เอาเงินไปใช้หนี้ ซื้อของกินจนเงินเหลือแค่ 140 บาท ก่อนจะย้อนกลับมาบ้านและถูกตำรวจจับกุม ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังเล่าประวัติตนเองให้ตำรวจฟังว่า เมื่ออายุ 14 ปี ตนร่วมกับเพื่อนปล้นทรัพย์ชาวบ้าน ได้เงินพันกว่าบาท และถูกตำรวจ สน.ท่าข้ามจับได้ ศาลเยาวชนสั่งคุมประพฤติ เป็นเวลา 1 ปี  ต่อมา อายุ 15  ปี เข้าไปจี้ร้านสะดวกซื้อ หยิบสินค้าเป็นเหล้ากับบุหรี่ โดยใช้มีดขู่พนักงาน ครั้งนั้นถูกจับได้ ศาลเยาวชนสั่งคุมประพฤติ 6 เดือน ต่อมา อายุ 18 ปี ค้ายาบ้า ก็ถูกตำรวจจับอีก ติดคุกอยู่ 3 ปี 6 เดือน กระทั่ง มาก่อเหตุคดีล่าสุด

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธมีด พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป