พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลจับกุมชาวจีนแก๊งเงินกู้นอกระบบ แบบออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน “Cash Go” เรียกอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 234 ต่อเดือน

พล.ต.ท. สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงผลจับกุมเครือข่าย เงินกู้นอกระบบ ผ่านออนไลน์ ผ่าน แอปพลิเคชันเงินกู้ ชื่อ Cash Go หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า แอปพลิเคชันดังกล่าวมีการปล่อยเงินกู้ผิดกฎหมายให้กับบุคคลทั่วไปในโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งผู้ที่กู้ ต้องติดตั้งแอปพลิเคชัน Cash Go เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ บัญชีธนาคาร รายชื่อผู้ติดต่อภายในโทรศัพท์ ตำแหน่งการใช้งาน รูปภาพ เป็นต้น จากนั้น เมื่อกู้เงินสำเร็จแล้ว จะมีระยะเวลากำหนดชำระคืนภายใน 7 วัน คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 234 ต่อเดือน

ทั้งนี้ หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ภายในกำหนดระยะเวลา จะถูกทวงถามด้วยวิธีการส่งข้อความไปข่มขู่ ผ่านบุคคลที่ 3 ในลักษณะประจาน ทำให้ผู้กู้เงิน ได้รับความอับอายเสียชื่อเสียง

จากข้อมูลของตำรวจ พบว่า กลุ่มผู้ปล่อยเงินกู้ มีนายทุนชาวจีน ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาหลายปี และแต่งงานกับหญิงไทย พักอาศัยที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ย่านถนนพระราม 9 ซอย 13 เขตห้วยขวาง จึงขอหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นที่ห้องพักภายในคอนโดมิเนียมดังกล่าว

จากการตรวจสอบ พบนายเจี๋ย  สัญชาติ​จีน แสดงตัวเป็นผู้พักอาศัย ส่วนการตรวจค้นห้องพัก พบหลักฐานหลายรายการ เช่น สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 17 เล่ม โทรศัพท์มือถือ จำนวน 23 เครื่อง รวมทั้งซิมการ์ดโทรศัพท์อีก 13 หมายเลข

นายเจี๋ย ให้การยอมรับกับตำรวจว่า เป็นผู้ดูแลจัดการแอปพลิเคชันเงินกู้ โดยมีหลายแอปฯ ซึ่งมีเซิร์ฟเวอร์อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยว่าจ้างบุคคลอื่นเปิดบัญชีธนาคาร และผูกกับซิมการ์ดหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อทำการรับโอนเงินเข้าบัญชีของลูกค้าที่ได้รับอนุมัติเงินกู้ และใช้รับโอนเงินจากลูกหนี้ที่ผ่อนชำระเงินกู้ เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระ จะส่งข้อความประจานไปยังบุคคลอื่น เพื่อให้ลูกหนี้เกิดความอับอาย

นอกจากนี้จากการสืบสวน พบว่า ทุก ๆ 3 เดือน ผู้ต้องหาได้กำไรจากการปล่อยเงินกู้ ประมาณ 40 ล้านบาท ก่อนเปลี่ยนเป็นเงินสกุลดิจิทัล โอนกลับไปให้นายทุนชาวจีน ในต่างประเทศ ซึ่งฝ่ายสืบสวน จะมีการขยายผลถึงเจ้าของเงินสกุลดิจิทัลดังกล่าวต่อไป

เบื้องต้นตำรวจนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลโคกคราม ดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต  ร่วมกันกระทำการทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกายชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้ หรือผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย และเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด