พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มุ่งเน้นการป้องกัน ให้มอง ผู้เสพ เป็นผู้ป่วย ที่ต้องเข้ารับ การบำบัด ฟื้นฟู

พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564  และ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 พร้อมด้วย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองจเรตำรวจแห่งชาติ(สบ 9) ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.

โดยมีข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านงานยาเสพติด 208 นาย เข้าร่วมอบรม ณ ห้องแกรน์บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร  และอีก 728 นาย รับชมผ่านสื่อออนไลน์ ณ ที่ตั้ง

โครงการฝึกอบรมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายการบริหารราชการของ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหายาเสพติด ศอ.ปส.ตร. จึงได้จัดโครงการฝึกอบรม เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาที่รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด และข้าราชการตำรวจที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานด้านยาเสพติด ได้รับทราบถึงสาระสำคัญของกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม และการดำเนินงานเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 และ 9 ธันวาคม 2564 ที่จะถึงนี้  

รวมถึงรับทราบแผนป้องกันและปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วยความถูกต้องตามกฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อทางราชการและประชาชน

ในโอกาสนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์  แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มอบนโยบายว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มุ่งเน้นไปที่งานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้มองผู้เสพเป็นผู้ป่วยที่ต้องเข้าสู่ระบบการบำบัดฟื้นฟู โดยลดปริมาณความต้องการ ( Demand side ) มุ่งเน้นไปที่การบำบัดผู้เสพ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์  ในการป้องกันยาเสพติด

ขณะที่การจับกุมเครือข่ายรายใหญ่นั้น ยิ่งดำเนินการจับกุมมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดี ที่จะทำให้สามารถทลายเครือข่าย ขยายผล และยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติดให้ได้มากที่สุด

“สิ่งสำคัญที่อยากฝากไปยังผู้ปฏิบัติ คือ การประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนสอบสวน ขณะที่การทำงานของตำรวจด้านการปราบปรามยาเสพติด  ได้สั่งการที่ให้ผู้บังคับบัญชาเข้มงวดกวดขันผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องไม่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง มีความน่าเชื่อถือ ไว้ใจ และเชื่อใจได้ ที่จะสามารถปฏิบัติงานด้านนี้ หากพบว่านายใดมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมให้ปรับเปลี่ยนหน้าที่โดยทันที มุ่งเน้นให้มีความละเอียดรอบคอบของการทำงาน ทั้งงานปราบปราม รวมทั้งยุทธวิธีต่าง ๆ ในการจับกุม และการทำสำนวนให้รัดกุมเพื่อสั่งฟ้องผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติดให้ถูกลงโทษทางกระบวนการทางกฎหมายให้ได้มากที่สุด”

ทั้งนี้ ฝากทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องให้ทุ่มเทในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการอบรมในวันนี้เนื่องจากมีรายละเอียดของกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก และให้นำความรู้ที่ได้ในวันนี้ไปปรับปรุงการทำงานตามนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้สัมฤทธิ์ผลต่อไป

การจัดอบรม ได้ยึดหลักตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด โดยจัดตรวจคัดกรองหาเชื้อด้วย Antigen Test Kit (ATK) ให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรมฯทุกนาย จัดสถานที่อย่างเหมาะสม ยึดหลักด้านสาธารณสุข เว้นระยะห่าง รวมถึงมีการตั้งจุดบริการแอลกอฮอล์เจลในพื้นที่การจัดงาน