พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เผย ได้รับการยืนยัน ข่าวจริง ฉีดวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตร้าฯ เดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้ โดยไม่ต้องกักตัว

วัคซีนซิโนแวค

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยืนยันข้อมูลว่าเป็นข่าวจริง กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลเรื่อง ฉีดวัคซีนซิโนแวค ซิโนฟาร์ม แอสตร้าฯ เดินทางเข้าประเทศอังกฤษได้ โดยไม่ต้องกักตัว โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งยืนยันว่าเป็นข้อมูลจริง

โดยสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลที่ระบุว่า รัฐบาลอังกฤษประกาศรับรองวัคซีนทุกชนิดที่องค์การอนามัยโลกอนุมัติให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน (WHO EUL) ทำให้ผู้เดินทางจากประเทศไทยที่ฉีดวัคซีนครบโดส สามารถเข้าประเทศอังกฤษได้โดยไม่ต้องกักตัว ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นมา แต่ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับผู้ที่ “ได้รับวัคซีนครบโดส” (Fully vaccinated)

โดยรายชื่อวัคซีนที่รัฐบาลอังกฤษประกาศรับรอง ได้แก่ AstraZeneca, Pfizer BioNTech, Moderna, Janssen, Sinovac, Sinopharm Beijing และ Covaxin

ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gov.uk/government/news/travel-updatenew-guidance-for-people-vaccinated-under-who-emergency-use-listing-and-under-18s?fbclid=IwAR38RR4qTwQaRQl0OiXJ97faIyzt-rz_hSNnaWqcywm5SxTIOYWr_yXyG_o

รายละเอียดเกี่ยวกับวัคซีนที่ได้รับการรับรองและหลักฐานการฉีดได้ที่ https://www.gov.uk/guidance/countries-with-approved-covid-19-vaccination-programmes-and-proof-of-vaccination?fbclid=IwAR0a5W7Dwn0PtH0AKnauN9PLk-ibzgiKQHsr5BOYdi23aij67FDb-CMAnBs

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว https://www.gov.uk/guidance/travel-to-england-from-another-country-during-coronavirus-covid-19?fbclid=IwAR0Wh4RmQHRfqs772TT97kZDbYQrEyiKwNGGXEVNXK_zKzS53bTScmWG8zM#if-you-are-fully-vaccinated

ข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบโดส https://www.gov.uk/guidance/travel-to-england-from-another-country-during-coronavirus-covid-19?fbclid=IwAR2NdwSeaffQ45QJIZYJPUFZQIl5OTVZq9f2Adj8CAakEXa8z0Ur5QkU1ao#if-you-are-not-fully-vaccinated

และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การผลิตข่าวปลอม สร้างข่าวบิดเบือน ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนสับสน เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14(2),(5) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่ผลิตข่าวปลอมและผู้ที่เผยแพร่ทุกรายอย่างเด็ดขาดจริงจังและต่อเนื่องต่อไป

หากพี่น้องประชาชนพบข้อมูลการกระทำผิด สามารถแจ้งเบาะแสข่าวผ่าน ช่องทาง ได้แก่
เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com
เฟซบุ๊ก ANTI-FAKE NEWS CENTER
ทวิตเตอร์ @AFNCThailand
ไลน์ @antifakenewscenter
ช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87
และสายด่วน 1599 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ